Categories
Uncategorized

แนะนำแอปฝึกภาษาอังกฤษฟรี ด้วยตัวเองใช้งานง่าย ที่ควรมีติดเครื่องไว้

แอปฝึกภาษาอังกฤษ

หลายคนคงกำลังมองหาช่องทางฝึกฝนภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ค่อยว่างหรือไม่มีเวลานั่งเปิดตำรา วันนี้เราก็มีวิธีที่น่าสนใจในการเริ่มฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาแนะนำทุกคน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าผู้คนส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ทำให้ในปัจจุบันนี้มีแอปพลิเคชันใหม่ๆ ให้คุณได้เลือกใช้มากมาย ซึ่งเรามีแอปฝึกภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้คุณสามารถฝึกภาษาอังกฤษ ได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างที่ใจต้องการมาฝากทุกคน จะมีแอปอะไรกันบ้าง ตามเรามาดูกันเลยค่ะ

แอปฝึกภาษาอังกฤษ ดาวน์โหลดฟรีประจำปี 2020

การเรียนรู้ทุกๆ วันนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ห้องเรียน เพราะในปัจจุบันโลกเราก้าวหน้าไปไกล สมาร์ทโฟนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต ไม่เว้นแม้แต่การภาษาอังกฤษก็เช่นกัน สำหรับใครที่กำลังมองหาแอปฝึกภาษาอังกฤษประจำปี 2020 เราก็ได้รวบรวมมาให้คุณเลือกแล้ว โดยแอปเหล่งนี้ล้วนใช้งานง่าย แถมฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เราก็ได้รวบรวมมาให้คุณเลือกแล้ว จะมีแอปอะไรบ้างมาดูกันเลย

  • Echo English 

มาเริ่มต้นที่แอปแรกอย่าง Echo English เป็นแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาโดยกระทรวงศึกษาธิการและภาคเอกชน มีให้คุณได้เลือกเรียนทั้งหมด 200 บทเรียน ให้คุณได้ฝึกฟัง พูด อ่าน เขียน โดยการจำลองสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งบทสนทนาทั่วไป ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจการค้าและการบริการ ภาษาอังกฤษสำหรับวิชาชีพต่างๆ โดยเนื้อแต่ละหลักสูตรจะเป็นคลิปวีดีโอการ์ตูนอนิเมชั่น ที่มีแบบทดสอบทั้งการฟัง การเขียน การพูดให้คุณทำหลังจากดูคลิปจบ และมีระบบจะมีการประเมินผลการเรียนของคุณ พร้อมข้อเสนอแนะที่ต้องปรับปรุง

  • Duolingo

มาต่อกันที่แอปพลิเคชันฝึกภาษาอย่าง Duolingo ที่มาพร้อมกับลูกเล่นเหมือนกันการเล่นเกมที่มีการสะสมคะแนน มีหลายภาษาให้เลือกเรียนไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ สเปน อิตาลี เกาหลี และอื่นๆ มีการทดสอบความรู้พื้นฐานก่อน สามารถเลือกเรียนได้ทั้ง Grammar, Vocabulary, การแปล, การฟังและการพูด รวมถึงยังมีแบบฝึกหัดย่อยๆ สามารถเรียนรู้ในเวลาแค่เพียง 5-10 นาที เท่านั้น

  • Memrise

Memrise แอปที่ไม่ธรรมดา เพราะมีรางวัลมาการันตีอย่าง Best App Google Play Awards 2017 และ Best App For iPhone&iPad แอปนี้มีคำศัพท์ต่างๆให้คุณการเรียนรู้มากกว่า 90 ภาษา โดยแอปนี้จะช่วยให้คุณจดจำคำศัพท์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าไปเรียนกับสมาชิก หรือสร้างบทเรียนให้คนอื่นเข้ามาเรียนได้ และที่สำคัญแอปนี้ช่วยให้คุณสามารถแชทคุยกับเจ้าของภาษาได้ แถมมีฟังก์ชันช่วยฝึกการออกเสียงอีกด้วย

  • Johnny Grammar’s Word Challenge

Johnny Grammar’s Word Challenge เป็นแอปพลิเคชันจาก British Council เหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มต้น และไม่ค่อยถนัดไวยากรณ์ หรือ Grammar โดยเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Grammar, Spelling, words และยังมีแยกย่อยไปส่วนต่างๆอีกด้วย ซึ่งในการทดสอบก็จะมีจับเวลาด้วยครับ คล้ายๆกับการทำข้อสอบแบบ Cloze Test หลังหมดเวลาจะมีฟีดแบ็คให้คุณได้ตรวจสอบคำตอบว่าถูกหรือผิด และมีเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้อีกด้วย

  • English hello-hello

แอปสุดท้ายที่เรานำมาแนะนำ English hello-hello เป็นแอปที่มีให้เลือกฝึกหลายภาษา โดยมีให้เลือกถึง 11 ภาษา เช่น ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน เป็นต้น ส่วนวิธีเรียนก็จะคล้ายกับ Echo คือมีวีดีโอการ์ตูนอนิเมชั่นจำลองสถานการณ์ต่างๆ มีแบบทดสอบให้คุณลองหัดพูดตาม แต่ข้อเสียคือไม่มีระบบประเมินเหมือน Echo ในส่วนของการอ่านนั้นก็จะมีประโยคให้เลือกตอบ และมีเฉลยเป็นเสียง

ความสำคัญที่ส่งผลให้คุณต้องฝึกภาษาอังกฤษ

หลังจากที่ได้แนะนำแอปฝึกภาษาอังกฤษให้แก่คุณแล้ว เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าทำไมภาษาอังกฤษถึงมีความสำคัญขนาดที่สถาบันการศึกษาหลายแหล่งส่งเสริมภาษานี้ อาจเป็นเพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตในหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านการติดต่อสื่อสารที่มีภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนต่างชาติ เป็นภาษาหลักที่ใช้สื่อสารกันทั่วโลก ด้านการการศึกษา เพราะปัจจุบันสถาบันการศึกษาในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย ได้พยายามปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา ให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น อีกทั้งด้านการเดินทางท่องเที่ยว เพราะภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่ใช้ติดต่อสื่อสารในระดับโลก จึงมีประโยชน์มากในการท่องเที่ยว หรือพักผ่อนในต่างประเทศ ซึ่งมันจะช่วยให้คุณสามารถจัดการหรือรับมือกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่อาจเกิดจะขึ้นในระหว่างการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

ฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

Categories
Uncategorized

โทรศัพท์รุ่นใหม่ปี 2020 ที่รองรับสัญญาณ 5G เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายรุ่นใหม่

โทรศัพท์รุ่นใหม่ ที่รองรับสัญญาณ 5G

ขณะนี้ 5G ได้มีการเปิดให้บริการหลายประเทศแล้ว ทางเครือข่ายโทรศัพท์ต่างก็โฆษณาถึงความเร็วแรงและดีที่สุด แต่ความเป็นจริงของเครือข่าย 5G ในปีนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไร เพราะมีบางพื้นที่ยังไม่สามารถใช้งานได้หรือบางพื้นที่ใช้ได้แต่สัญญาณเครือข่ายไม่เร็วแรงเท่าที่ควร 

แต่คาดว่าปัญหานี้อาจเปลี่ยนแปลงไปในอีก2ปีข้างหน้า อาจมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับโทรศัพท์ 5G อย่างการขยายความครอบคลุม 5G ทีละนิดต่อไปโดยใช้เทคโนโลยี repeater และเทคโนโลยีแผงเซลล์ในอาคาร

คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2020 ศักยภาพ 5G ที่ใหญ่ที่สุดที่มาจากการประมูลความถี่ใหม่ในปลายปีนี้ถูกที่เรียกว่า “C-Band” ความถี่ใหม่นี้จริงๆสามารถปรับปรุงเครือข่ายโทรศัพท์ โดยจะเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2021 ซึ่งโทรศัพท์มือถือที่รองรับ C-Band จะเป็นiPhone 12 ซีรี่ย์และอาจจะเป็นรุ่นล่าสุดของ Google พิกเซล และในบทสรุปนี้เราได้เลือกโทรศัพท์ 5G รุ่นใหม่ที่ดีที่สุดในปี 2020 จะมีรุ่นไหนบ้างมาเรามาดูเลยค่ะ!!

ทำความรู้จักสัญญาณ 5G เครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในปี 2020

5G คือ Generation 5 หรือรุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่ไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่สามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน ซึ่งว่ากันว่า 5G จะช่วยให้คุณสามารถดาวน์โหลดวีดีโอ หนังหรือแอปพลิเคชันได้เร็วถึง 10,000 Mbps ถ้าใช้ 4G ดูวิดีโอออนไลน์ (ขนาด 8K) หรือดาวน์โหลดหนังต้องรอ 6 นาที แต่ถ้ามี 5G ใช้เวลาแค่ 6 วินาทีเท่านั้น!!

คุณจะเห็นได้ว่าในปี 2020 จะเริ่มเห็นทิศทางของเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์มากขึ้น สังเกตได้จากมือถือ 5G ในไทย ทั้งราคาถูกและราคาแพง ก็เริ่มมีวางขายกันหลายรุ่นแล้ว และการมาของ 5G นี้ก็ทำให้ผู้ผลิตมือถือ และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือยักษ์ใหญ่ให้ความสำคัญในบริการ 5G นี้เป็นอันดับแรกในปีนี้

ซึ่ง 5G ในปี 2020 นั้นยังมีจุดที่น่าผิดหวัง แค่เราก็ยังมีความหวังสำหรับ C-Band จานดาวเทียมที่ส่งคลื่นความถี่มายังโลกในช่างความถี่ 3.4 – 4.2 GHz ซึ่งจะมีฟุตปริ้นท์ ที่มีขนาดกว้าง ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้หลายประเทศ ปัจจุบัน FCC กำลังประมูลในปลายปี 2020 หากสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์ในไทยอย่าง ais หรือ true สามารถรวบรวม C-Band ได้มากก็จะมีความสามารถในการสร้าง 5G ด้วยประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในปี 2021 และ 2022 ดังนั้นหากเมืองไทยเริ่มลงตัวกับเครือข่าย 5G ในตอนนี้แล้ว เราก็คาดหวังว่า 5G จะขยายสัญญาณขนาดใหญ่มากขึ้นในช่วงปลายปี 2564 หรือ 2565

โทรศัพท์ 5G ที่ดีที่สุดสำหรับปี 2020

ในปัจจุบันโทรศัพท์ 5G ถูกวางจำหน่ายหลายประเทศแล้ว และหากคุณกำลังมองหาโทรศัพท์ 5G รุ่นใหม่ที่ดีที่สุด วันนี้เราก็ได้รวบรวมมือถือ 5G ของปี 2020 มาฝากทุกคน จะมีมือถือรุ่นไหนกันบ้างตามเรามาดูกันเลยค่ะ!!

  1. Apple iPhone 12 Pro: หากคุณเป็นสายครีเอทีฟที่แท้จริงและต้องการโทรศัพท์ขนาดใหญ่ iPhone 12 Pro จะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุดด้วยความสามารถในการถ่ายภาพและวิดีโอที่เหนือกว่าและการออกแบบที่สวยงาม แถมมีกล้องซูมออปติคอลที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
  2. Samsung Galaxy S20 FE 5G: Galaxy รุ่นนี้จะมอบประสิทธิภาพโทรศัพท์ทั้งหมดที่คนส่วนใหญ่ต้องการในราคาที่คุณสามารถจ่ายได้ จุดเด่นคือ มีโปรเซสเซอร์ที่รวดเร็ว กล้องที่ยอดเยี่ยม แถมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน
  3. Samsung Galaxy S20 128GB: Galaxy S20 เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ S20 ที่มีขนาดพอดีสำหรับการใช้งานมือเดียว มีหน้าจอ 120Hz ที่สวยงาม สามารถบันทึกวิดีโอ 8K และเป็นรุ่น Galaxy S20 ที่ราคาประหยัดที่สุด
  4. Samsung Galaxy Note 10+ 256GB: Galaxy Note 10+ เป็นโทรศัพท์ขนาดใหญ่ที่ทรงพลังเหมาะสำหรับศิลปินและผู้ที่ชอบจดบันทึก จุดเด่น มีสไตลัส S Pen ที่มีประโยชน์ เป็นโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แถมมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน แต่ข้อเสียคือไม่มีช่องเสียบหูฟัง
  5. Apple iPhone 12 mini: 12 mini ของ Apple มอบอัตราส่วนราคาต่อพลังงานที่ดีที่สุดของ iPhone ในปี 2020 โดยการนำคุณสมบัติชั้นยอดมาสู่โทรศัพท์ที่เหมาะกับมือขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย จุดเด่นของเครื่องนี้คือ มีการออกแบบรูปแบบที่เป็นมิตรกับมือและกระเป๋า เป็นโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีกว่า iPhone ขนาดเล็กอื่น ๆ แต่ก็สั้นกว่า iPhone ขนาดใหญ่

Samsung Galaxy S20+ : Galaxy S20 + มีราคาที่ค่อนข้างแพง แต่เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกที่น่าลงทุนสำหรับในอนาคตที่รองรับ 5G ได้ดีกว่าโทรศัพท์ทุกรุ่นในปัจจุบัน จุดเด่นคือประมวลผลได้รวดเร็ว กล้องยอดเยี่ยม มีการออกแบบที่น่าสนใจ แต่ระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือบนหน้าจออาจเป็นเรื่องที่จู้จี้จุกจิกเล็กน้อย ข้อเสียอีกอย่างคือไม่มีช่องเสียบหูฟัง

บาคาร่า

Categories
Uncategorized

ข่าวลือที่รั่วไหลเกี่ยวกับ iPhone 13 จากนักวิเคราะห์

iPhone 13

ถึงแม้ตอนนี้ Apple เพิ่งเปิดตัว iPhone 12 เมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็มีข่าวลือที่รั่วไหลเกี่ยวกับ iPhone 13 จากนักวิเคราะห์หลายท่านออกมาแล้วไม่ว่าจะเป็นวันที่วางจำหน่าย และการออกแบบ 

ข่าวลือเกี่ยว iPhone 13 ได้เริ่มรั่วไหลออกมากมายแล้วถึงแม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 12 จะยังคงสดใหม่ แน่นอนว่าเป็นการยากที่จะคาดการณ์วิถีของ Apple ในอนาคตข้างหน้า แต่การรั่วไหลของ iPhone 13 ในช่วงต้นบางส่วนเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เราได้ยินมาว่า Apple อาจเสนอ iPhone 13 อย่างน้อยหนึ่งรุ่นที่มีการออกแบบที่ไม่ต้องใช้พอร์ตอย่างแท้จริง ซึ่งตอนนี้เรื่องที่มีความเป็นไปได้จริงก็คงจะเป็นการชาร์จ MagSafe และการคาดหวังเกี่ยวกับการอัปเกรดครั้งยิ่งใหญ่สำหรับจอแสดงผล กล้องและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ ๆ

วันที่วางจำหน่าย iPhone 13

มีการคาดการณ์ว่าวันที่วางจำหน่าย iPhone 13 เป็นไปตามรูปแบบของ Apple ซึ่งก่อนหน้านี้คุณจะเห็นว่าการมีการเปิดตัว iPhone 12 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ปี2020 และเปิดตัว iPhone 12 mini กับ iPhone 12 Pro Max เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนในปีเดียวกัน มีความเป็นไปได้ว่า iPhone 13 จะเปิดตัวนี้ภายในเดือนกันยายน ปี2021

การออกแบบ iPhone 13 ที่สามารถพกพาได้ง่าย

รายงานจากนักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo กล่าวว่า Apple จะออกแบบ 4 ขนาดสำหรับ iPhone 13 ซึ่งคาดว่า iPhone 13 จะมีขนาด 6.1 นิ้ว, iPhone 13 mini มีขนาด 5.4 นิ้ว, iPhone 13 Pro มีขนาด 6.1 นิ้ว และ iPhone 13 Pro Max มีขนาด 6.7 นิ้ว 

ลองนึกภาพดูว่า iPhone 12 มีความน่าจะเป็นโทรศัพท์รุ่นสุดท้ายของ Apple ที่มีพอร์ตชาร์จจริงในทุกรุ่น ซึ่งเป็นความคิดที่น่าตกใจ แต่คาดว่า Apple สามารถเลิกใช้พอร์ต Lightning ได้โดยเริ่มจาก iPhone 13 รุ่นใดรุ่นหนึ่งและจะไม่มี USB Type-C มาแทนที่

อ้างอิงจากทวิต Jon Prosser กล่าวว่าจะมี iPhone ที่ไม่มีพอร์ตหนึ่งเครื่องในปี 2021 เขากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า Apple จะใช้มาตรฐานเดียวกับโทรศัพท์ Android และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคสมัยใหม่

ณ จุดนี้ Apple ค่อนข้างจะทิ้งพอร์ตทั้งหมด และหันไปใช้การเหนี่ยวนำ Qi ซึ่งเป็นวิธีการชาร์จทั่วไป แน่นอน Qi คือกรอบการชาร์จแบบไร้สายที่สมาร์ทโฟนทุกเครื่องที่วางจำหน่ายในทุกวันนี้สามารถใช้ร่วมกันได้

และเมื่อไม่นานมานี้ Apple ได้เปิดตัว MagSafe เพื่อการชาร์จแบบไร้สายที่สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเร็วในการชาร์จแบบไร้สายสูงสุดเป็น 15 วัตต์ MagSafe ดูเหมือนจะเป็นวิวัฒนาการเชิงตรรกะสำหรับ iPhone ในอนาคตที่ไม่มีพอร์ตและยังเปิดใช้งานตัวเลือกการปรับแต่งมากมาย

แต่ iPhone ที่ไม่มีพอร์ตนี้ดีอย่างไร? ในทางทฤษฎีแล้วอุปกรณ์นี้จะช่วยเพิ่มความทนทานและการกันน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการทำให้โทรศัพท์มือถือบางลงและการถือกำเนิดของเครือข่าย 5G ที่ใช้พลังงานเยอะก็เป็นไปได้ว่า iPhone ในปี 2021 จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและอาจหนากว่ารุ่นอื่น ๆ ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ก็เป็นไปได้

iPhone 13 Touch ID จะกลับมาอีกครั้งหรือไม่?

Apple ยังไม่เคยเปิดตัว iPhone ที่มีทั้ง Face ID และ Touch ID มาก่อนแม้ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งสำหรับ iPhone 13 มีข่าวลือว่าจะมีการนำ Touch ID กลับมาใช้อีกครั้ง หากย้อนกลับไปช่วงเดือนสิงหาคม 2019 นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo อ้างว่า Apple กำลังมองหาการเพิ่มหน้าจอ เพื่อการเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ ไปยังอุปกรณ์ของปี 2021 และ บริษัทมองว่าเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ทั้ง Face ID และ Touch ID เป็นส่วนเสริมที่มีศักยภาพในการทำงานร่วมกันได้ดี

และเนื่องจาก Face ID เวอร์ชันปัจจุบันไม่สามารถจดจำคนที่สวมหน้ากากอนามัยได้และ Apple จะเปลี่ยน iOS ให้รองรับผู้ใช้ที่สวมหน้ากากอนามัย เราจึงสงสัยว่าอย่างน้อยบริษัทก็อาจคิดเกี่ยวกับวิธีนำ Touch ID กลับมาใช้ด้วยวิธีที่ทันสมัยขึ้น

รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

Apple มีแผนที่จะใช้โมเด็ม X60 5G ของ Qualcommใน iPhone รุ่นต่อ ๆ ไปซึ่งน่าจะรวมถึง iPhone 13 สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากโมเด็ม X60 ขนาด 5 นาโนเมตรสามารถรวมเข้ากับชิปเซ็ตของโทรศัพท์ได้โดยตรงซึ่งหมายความว่าตัวสมาร์ทโฟนจะมีความบางเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ประสิทธิภาพของ 5G จะดีกว่าเนื่องจากโมเด็มนี้สามารถรวมเครือข่าย mmWave และ sub-6GHz 5G พร้อมกันได้

การที่Apple และ Qualcomm ได้รวมตัวกัน ก็เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ผลิต iPhone ต้องการควบคุมชะตากรรมของตัวเองกับซัพพลายเออร์ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด เมื่อถึงเวลาที่ iPhone 13 เปิดตัวทีมดังกล่าวจะทำงานภายใต้คำสั่งของ Apple ทำให้ปี 2564 ถือเป็นปีที่เร็วที่สุดที่สามารถเปิดตัวโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่มีโมเด็มของตัวเอง

สมัครบาคาร่า