สอนใช้ มือถือ คอมพิวเตอร์ สอนสร้างเว็บ
Categories
News

GoPro 11 มาแล้ว งานนี้สายลุยไม่ควรพลาด

GoPro 11

GoProนับว่าเป็นแอคชั่นแคมที่ในชั่วโมงนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จักเลยทีเดียว และล่าสุดกับการเปิดตัว GoPro 11 อย่างเป็นทางการ งานนี้ขอบอกเลยว่าใครที่เป็นสายลุยและกำลังตามหาแอคชั่นแคมดี ๆ ไว้ใช้งานไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

รีวิว GoPro11 แอคชั่นแคมที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ใหม่

GoPro 11

หากใครที่ไม่ได้เป็นแฟน หรือติดตามข่าวของ กล้องGoPro ก็อาจจะยังไม่ทราบว่าในปี 2022 นี้GoPro เดินทางเข้ามาสู่รุ่นที่ 11 แล้วเป็นที่เรียบร้อย และGoPro11 ก็ได้เปิดตัวออกมาถึง 2 รุ่นด้วยกันได้แก่GoPro Hero11 Black Mini และGoPro Hero 11Black ซึ่งเป็นรุ่นที่เราจะพาทุกคนไปรู้จักในวันนี้นี่เอง

โดยGoPro Hero 11 Black จะมาพร้อมแบตเตอรี่สีขาว หรือ Longer – Lasting Enduro Battery ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่โหดร้ายได้ค่อนข้างดี ดังนั้นหากใครที่ต้องไปเก็บภาพในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศโหด ๆ แบบร้อนจัด หรือว่าเย็นจัด แบตเตอรี่รุ่นนี้เอาอยู่

ในส่วนของขนาด รุ่นนี้จะมีขนาดเท่ากับรุ่น 9 และ 10 นั่นจึงหมายความว่าใครที่มี Media mod ของรุ่นก่อนหน้าก็สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้แบบไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่เลยทีเดียว

นอกจากนี้ในส่วนของสเปคอื่น ๆ ของ GoPro11 black รุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้รุ่นก่อนหน้า โดยรุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 33 ฟุต มีฟังก์ชัน Ultra durable ที่จะรองรับการกระแทกและการสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม และแน่นอนว่ารุ่นนี้ยังคงมี Built – in Mounting มาให้เช่นเคย ดังนั้นจึงช่วยให้คุณสามารถติดตั้งกับอุปกรณ์ หรือยานพาหนะต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

ในส่วนของความคมชัด รุ่นนี้สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความชัดสูงสุดที่ 5.3 K ที่ 60 Fps. และ 4K ที่ 120 Fps. และที่พิเศษไปกว่านั้นคือรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ใหม่ New Taller Sensor จึงทำให้กล้องรุ่นนี้สามารถจับภาพได้กว้างและสูงขึ้น จึงทำให้คุณง่ายต่อการที่จะนำภาพมาครอปต่อนั่นเอง

GoPro 11 /2022 ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ได้ฟังก์ชันใหม่ ๆ เพียบ

สำหรับข้อมูลในส่วนของราคาGoPro11 ราคา 18,500 บาท และ GoPro 11mini ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท ซึ่งหากเปรียบเทียบราคาของGoPro11 กับรุ่นก่อนหน้าก็จะเห็นได้ว่าราคาของรุ่นนี้แพงขึ้นกว่าเล็กน้อย ดังนั้นเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากได้แอคชั่นแคมใหม่ ๆ และพร้อมลุยไปกับคุณในทุกสถานการณ์รุ่นนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญGoPro11 black ยังว่าจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วเป็นที่เรียบร้อย ใครที่อยากเป็นเจ้าของไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke Edition สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung

สนับสนุนโดย :

ufabet เว็บตรง ศูนย์รวมการเดิมพันกีฬาอันดับหนึ่งไม่ว่าจะบอลชุด บอลเต็ง บอลเสต็ป และกีฬาอีกหลายประเภท ราคาดีที่สุดในขณะนี้ ขั้นต่ำเพียง 10 บาท พร้อมโปรโมชั่นคืนยอดเสีย 5% ในทุกเดือน เล่นง่าย จ่ายจริง ร่วมเดิมพันกีฬาสุดมันส์กับเราได้ที่ https://ufaball.bet

Categories
Featured News

 โต๊ะไฟฟ้า จาก 3 แบรนด์ที่ดีแถมราคายังไม่แรงเกินไป

โต๊ะไฟฟ้า ราคาถูก

ตลอด 3 – 4 ปี มานี้กระแสในเรื่องของ โต๊ะไฟฟ้า หรือ โต๊ะทำงานปรับระดับไฟฟ้าถือว่ามาแรงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ที่จำเป็นต้องนั่งทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ แต่โต๊ะประเภทนี้ส่วนใหญ่มักจะมีราคาที่สูงจนหลาย ๆ คนอาจจะเอื้อมไม่ถึง ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากจะมารีวิว 3 อันดับ โต๊ะทำงานปรับระดับไฟฟ้าที่ทั้งถูกและดี ให้เพื่อน ๆ ได้สามารถใช้ไปเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ได้

โต๊ะไฟฟ้า จาก 3 แบรนด์ที่คุณไม่ควรพลาด

โต๊ะไฟฟ้า
  • โต๊ะปรับไฟฟ้า Ikea

โต๊ะปรับระดับไฟฟ้าจาก Ikea รุ่น RODULF (รูดูล์ฟ) ที่มีความกว้างของหน้าโต๊ะอยู่ที่ 140×80 ซม. สีเทา ขาว สไตล์มินิมอล ใช้งานง่าย เพียงกดปุ่มปรับขึ้น – ลง (70 – 117 ซม.) ซึ่งจะอยู่หน้าโต๊ะฝั่งขวามือ โดยรุ่นนี้มีรับประกันนาน 10 ปี 

ราคา: 12,990 บาท

โต๊ะไฟฟ้า ราคาถูก
  • โต๊ะไฟฟ้า bewell 

โต๊ะปรับระดับเพื่อสุขภาพ ขนาด 140×75 ซม. ที่มีท็อปโต๊ะให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ สีไม้โอ๊ค, สีวอลนัท และสีดำ เป็นต้น และในส่วนของขาโต๊ะก็มีให้เลือก 3 สี เช่นกัน ได้แก่ สีขาว, ดำ และ เทา ที่มีความแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 160 กิโลกรัมเลยทีเดียว นอกจากนี้ bewell ยังรับประกันระบบไฟฟ้านานถึง 5 ปี ที่สำคัญรุ่นนี้ยังสามารถปรับระดับโต๊ะอัตโนมัติถึง 4 ระดับ พร้อมหน้าจอบอกระดับความสูงของโต๊ะอีกด้วย 

ราคา: 15,900 บาท

Ergotrend
  • โต๊ะไฟฟ้า Ergotrend

Ergotrend แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ และได้รับความนิยมอันดับ 1 ในประเทศเกาหลี โดย Ergotrend โต๊ะไฟฟ้า รุ่นที่เราอยากแนะนำในวันนี้คือรุ่น Ergotrend Sit2stand Warrace L-Shape ที่มีขนาดโต๊ะรวม 140×60/106×42 ซม. ที่มีลักษณะเป็นรูปตัว L (เอล) ความสูงของโต๊ะ 73 – 123 ซม. สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 120 กก. พร้อมรับประกัน 2 ปี กทม. service onsite 

ราคา: 14,400 บาท 

โต๊ะไฟฟ้า ดียังไง

โต๊ะไฟฟ้าดี และมีประโยชน์อย่างไร? 

เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ “โรคออฟฟิศซินโดรม” กันมาอยู่บ้าง แต่อาจจะไม่ทราบว่า สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคดังกล่าวนั้นเกิดจากปัจจัยใดได้บ้าง และหลายคนก็มักจะคิดว่าโรคนี้เกิดได้ในเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานในออฟฟิศเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช้แบบนั้นเสมอไป เนื่องจากปัจจัยที่ส่งผลให้เกินโรคนี้นั้นหลัก ๆ คือพฤติกรรมของแต่ละคนที่อาจจะนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือนั่งอยู่กับที่นานเกินไป ซึ่งสามารถเกิดได้ในคนทุกกลุ่ม ซึ่งในอดีตมักจะเกิดในกลุ่มคนทำงานในออฟฟิศเท่านั้น แต่ในปัจจุบันคนไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป เนื่องจากกลุ่มงาน หรือกลุ่มคนที่มีความจำเป็นต้องนั่งทำงานนาน ๆ นั้นมีหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้โรคออฟฟิศซินโดรมกลายมาเป็นภัยใกล้ตัวของใครหลายคน

และเมื่อหลายปีก่อนก็ได้มีงานวิจัยออกมาว่า หากยืนทำงาน หรือมีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างการทำงาน (ไม่นั่งนานเกินไป) ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคออฟฟิศซินโดรมได้ ซึ่งโต๊ะไฟฟ้า หรือ โต๊ะปรับระดับไฟฟ้า นับว่าเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เข้ามาเป็นตัวช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไปในโต๊ะที่มีระดับแตกต่างกัน อีกทั้งในปัจจุบันยังมีการออกแบบโต๊ะเพื่อสุขภาพ หรือ โต๊ะปรับระดับได้ แบบไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าอีกหลาย ๆ กลุ่ม และที่สำคัญยังทำให้มีราคาที่ย่อมเยากว่าโต๊ะประเภทไฟฟ้าอีกด้วย 

Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke Edition สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung

mi band 7 สมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Xiaomi

สนับสนุนโดย :

ufaball.bet เว็บบอลที่ดีที่สุด บริการซื่อตรง โปร่งใส จ่ายจริง มาร่วมเดิมพันกีฬาสุดมันส์กับเราได้ที่ https://ufaball.bet/เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
Featured News สอนใช้

Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke Edition สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung

Galaxy Z Flip4

ล่าสุดทาง Samsung ได้ทำการเปิดตัว Galaxy Z Flip4 โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้คือ การที่มีรุ่นพิเศษที่ให้คุณสามารถออกแบบสีของตัวเครื่องให้เข้ากับสไตล์ของคุณได้ โดยมีชื่อรุ่นว่า Bespoke Edition ซึ่งเป็นรุ่นที่เหมาะกับคนที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นของตัวเองและไม่ซ้ำใครแล้ว ยังเหมาะกับสายมูสีมงคลทุกคนอีกด้วย

Galaxy Z Flip4

เปิดสเปคของ Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke Edition ที่สุดของสมาร์ทโฟนที่คุณอาจตามหา

Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke Edition หรือGalaxy Z Flip4 Bespoke Edition คือสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่ลูกค้าจำเป็นต้องสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งคุณจะสามารถครีเอทสไตล์ของมือถือในรูปแบบของคุณได้ ทั้งในส่วนสีของกรอบหน้า กรอบหลัง และกรอบรอบ ๆ ของตัวเครื่อง ซึ่งทางแบรนด์จะมีดีไซน์ยอดนิยมให้คุณสามารถใช้เพื่อเป็นแนวทางทั้งหมด 5 ดีไซน์ แต่คุณยังสามารถครีเอทส่วนต่าง ๆ ที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้แล้ว Samsung Z Flip 4 สเปค ก็น่าสนใจแต่ก็ยังมีหลาย ๆ ส่วนที่เรารู้สึกว่ารุ่นนี้อาจจะไม่ได้ต่างจากรุ่น Samsung Z Flip 3 มานัก โดยสเปคของ Z Flip 4 นั้นจะมาพร้อมหน้าจอ Ultra-Thin Glass4 ที่เมื่อกางออกแล้วจะมีความกว้างของหน้าจออยู่ที่ 6.7 นิ้ว ที่สำคัญพัดได้มากถึง 200,000 ครั้ง ต่อมาเป็นในส่วนของกล้องที่จะมีกล้องหลังทั้งหมด 2 กล้อง ที่เป็นกล้องมุมกว้าง และ กล้องมุมกว้างพิเศษ ความชัดระดับ 12MP เลนส์ละ 1 ตัว และกล้องหน้าความชัดระดับ 10MP 1 ตัว และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ รุ่นเป็นมือถือที่สามารถกันน้ำ (IPX8) ได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที ซึ่งสเปคต่าง ๆ ข้างต้นเป็นสเปคเดียวกับ Z Flip 3 แต่ในส่วนของฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้างเช่น หน้าจอฝาเครื่องขนาด 1.9 นิ้ว ที่คุณสามารถปรับแต่งได้เองเพื่อแสดงถึงสไตล์ความเป็นคุณได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มการวิดีโอ, ภาพถ่าย หรืออีโมจิ AR ของคุณเองเป็นต้น

Galaxy Z Flip4

ราคาและการสั่งจอง Bespoke Edition ง่าย ๆ ใช้เวลาเพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ Galaxy Z Flip4 รุ่น Bespoke Edition จำเป็นต้องมีการสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งระยะเวลาในการผลิตแต่ละเครื่องจะใช้เวลาเพียง 3 – 4 สัปดาห์เท่านั้น โดยคุณสามารถสั่งจองได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของ Samsung ซึ่ง Samsung z flip 4 ราคา เริ่มต้นอยู่ที่ 39,900 บาท ความจุ 256G RAM 8GB นอกจากนี้สำหรับใครที่สั่งจอง new Samsung z flip 4 ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2022 นี้ คุณยังจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ รวมไปถึงข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น ฟรีอัพเกรดความจุเป็น 2 เท่า มูลค่าสูงสุด 6,000 บาทหรือ รับ BOYY BOBBY CHARM มูลค่า 8,900 บาท, ลดเพิ่ม 5,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่, ส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับซื้อ Galaxy Watch5 และ Galaxy Buds2 Pro และที่พิเศษสุด ๆ สำหรับผู้ที่ซื้อ

Samsung z flip 4 AIS พร้อมเปิดเบอร์ใหม่กับ AIS รับส่วนลดแพ็คเกจรายเดือน (5G Max Speed) สูงสุด 3,600 เลยทีเดียว โปรโมชันดี ๆ แบบนี้พลาดไม่ได้แล้ว

อ่านบทความ > mi band 7 สมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Xiaomi

สนับสนุนโดย :

ไฮโลออนไลน์ แทงขั้นต่ำ 10 บาท ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ บริการตลอด 24 ชั่วโมง สมัครวันนี้ รับโปรโมชั่น ฝากแรกของวันรับเครดิตเพิ่ม 20% รับเงินคืน 5% ทุกสัปดาห์ สมัครเลยที่นี่ HTTPS://HILOSPEC.COM/

Categories
News

mi band 7 สมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Xiaomi

mi band 7

เปิดตัวและวางจำหน่ายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับสมาร์ทแบนด์จาก Xiaomi รุ่น mi band 7 ซึ่งอย่างที่หลายคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Xiaomi เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าไอทีสัญชาติจีน ที่มีราคาของสินค้าไม่สูงจนเกินไป แต่คุณภาพของสินค้าหลายรายการมีคุณภาพที่ค่อนข้างดีเยี่ยม จนทำให้ไม่ว่า Xiaomi จะออกสินค้าชนิดใดออกมาก็จะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี

และแน่นอนว่า ล่าสุดที่ Xiaomi เปิดตัว mi band7 อย่างเป็นทางการเว็บไซต์ของเราจึงไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้กับเพื่อน ๆ ที่เป็นแฟนของแบรนด์ หรืออยากลองใช้สินค้าจากแบรนด์สามารถใช้ไปเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจเพื่อสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว

mi band 7

รีวิว mi band 7 สมาร์ทแบนด์จอใหญ่สะใจแน่นอน

สำหรับใครที่กำลังรอ mi band7 รีวิว วันนี้เว็บไซต์ของเราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ mi band7 รุ่นนี้มาให้กับทุกคนแล้ว โดยเราข้อเริ่มจากส่วนของขนาดหน้าจอ โดย mi band7 กับ mi band6 จะมีขนาดของหน้าจอที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

โดยหน้าจอของรุ่น 7 จะเป็นหน้าจอความละเอียดสูง AMOLED ขนาด 1.62 นิ้ว พร้อมโหมด Always-On Display ที่ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าการใช้งานบนหน้าจอได้ด้วย 

สำหรับใครที่สงสัยว่า mi band7 ทําอะไรได้บ้าง เราจึงอยากพาเพื่อน ๆ ไปดูในส่วนของฟังก์ชัน และโหมดในการใช้งานหลัก ๆ ของรุ่นนี้ โดย mi band7 รุ่นนี้จะมีฟังก์ชันในการติดตามค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO₂) ตลอดวัน, การติดตามการนอน, การวิเคราะห์การออกกำลังกายระดับโปรของ VO₂ Max, การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และที่พิเศษสุด ๆ คือ รองรับโหมดกีฬา และกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่า 110 ประเภท

mi band 7

Mi Band7 ราคา หลักพัน แต่ได้ฟังก์ชัน และคุณภาพที่คุ้มเกินราคา 

มาถึงในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับราคาของ mi band7รุ่นนี้กันแล้ว โดยราคาในช็อปของ Xiaomi จะอยู่ที่ราว ๆ 1,390 บาท แต่หากราคาบนแอปขายสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ ก็จะมีราคาที่ถูกกว่านั้น ซึ่งเพื่อน ๆ สะดวกที่จะสั่งซื้อสินค้าในช่องทางใดก็สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการเลย หรือหากใครที่อยากลองสัมผัสสินค้าจริงก่อน หรืออยากได้Mi Band7 ศูนย์ไทย ก็สามารถเข้าไปชมในช็อป Xiaomi ได้แล้ววันนี้

นอกจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ยังมีฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ นอกเหนือจากที่เรานำมาฝากในวันนี้อีกมากมาย และที่สำคัญ mi band7กันน้ำมาตรฐาน 5 ATM ที่ให้คุณสามารถสวมใส่เพื่อเล่นกีฬาทางน้ำได้มากมายยกเว้นการดำน้ำแบบสกูบา เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทแบนด์ราคาหลักพันที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

อ่านบทความ > Sony เปิดตัว DualSense Edge จอยเกมใหม่ที่สุดของยุค

สนับสนุนโดย > ดัมมี่ จากทาง hilospec เว็บตรง พร้อมเกมคาสิโนให้เลือกเล่นมากมาย ไม่มีขั้นต่ำ https://hilospec.com/dummy/

Categories
News

ASUS เปิดตัว โน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ทั้งเบา บาง เหมาะกับยุคธุรกิจออนไลน์

โน๊ตบุ๊ค 2022

ในยุคที่การทำงานทุกอย่างต้องย้ายไปอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ การเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรูปแบบของการใช้งาน หรือรูปแบบงานของคุณก็นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และจะช่วยอำนวยความสะดวกและรวดเร็วในการทำงานของคุณได้อีกด้วย และล่าสุด ASUS ก็ได้ทำการเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ทางผู้ผลิตออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็น กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ธุรกิจองค์กรกลุ่มคนใช้งานทั่วไป รวมไปถึงนักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่จะต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่เป็นประจำ และมักจะมีความจำเป็นในการทำงานนอกสถานที่อยู่เสมอ

asus โน๊ตบุ๊ค 2022

เปิดสเปค โน๊ตบุ๊ค 2022 จาก ASUS รุ่น ExpertBook B9 (B9400) 

สำหรับ โน๊ตบุ๊ค2022 จาก ASUS ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มีชื่อรุ่นว่า ExpertBook B9 (B9400) หรือ ASUS ExpertBook B9 (B9400CBA) ซึ่งเป็นรุ่นที่มีสเปคที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังตามหา โน๊ตบุ๊ค2022 ยี่ห้อไหนดี เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ อาจจะได้คำตอบในวันนี้

โดย ASUS ExpertBook B9 (B9400CBA) รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 14 นิ้ว FullHD (1920 x 1080) 16:9 (1W), Wide view, Anti-glare display, LED Backlit, 400nits, sRGB: 100%, Screen-to-body ratio:94 % ซึ่งเป็นจอที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับงานประเภทกราฟิก วิดีโอ หรือ ภาพถ่าย เป็นอย่างยิ่ง CPU 12th Gen Intel Core i7 ที่สามารถรองรับ Intel vPro และมี GPU เป็นแบบ Intel Iris Xᵉ Graphics RAM สูงสุดอยู่ที่ 32BG และที่สำคัญคือมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เป็นแบบ SSD ที่มีพื้นที่ความจุขนาด 1TB แต่ยังสามารถอัปเกรดได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว

นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังสามารถใช้งานได้สูงถึง 16 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีระบบ Fast Charging ที่ให้คุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่0kd 0 – 60% ได้ในเวลาเพียง 49 นาทีเท่านั้น

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ โน๊ตบุ๊คบาง และมีน้ำหนักเบาเพียง 0.88 กิโลกรัม ดังนั้นจึงทำให้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้เหมาะกับการพกพา และช่วยให้ผู้ใช้งานเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลาย ๆ คนใช้เป็นโจทย์ในการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คนั่นเอง

โน๊ตบุ๊ค 2022

โน๊ตบุ๊คราคาเริ่มต้นเพียง 5 หมื่นกว่า ๆ แต่คุณสเปคที่ได้เกินราคา 

สำหรับราคาของ โน๊ตบุ๊ค รุ่นที่เรานำมาแนะนำในวันนี้จะเริ่มต้นที่ประมาณ 56,799 บาท ซึ่งคุณจะได้มาพร้อมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้แล้ว ตามที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นแล้วว่า โน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวนอกจากจะออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งผู้ที่ใช้งานทั่วไป หรือนักเรียนนักศึกษาแล้ว สำหรับใครที่กำลังตามหา โน๊ตบุ๊ค ทํางาน หรือไว้ใช้งานในบริษัทรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นใครที่กำลังตามหา  โน๊ตบุ๊ค 2022 งบ 50,000 – 60,000 บาท รุ่นนี้ต้องเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก

🙁https://www.asus.com/Laptops/For-Work/ExpertBook/Expertbook-B9-B9400-12th-Gen-Intel/

🙁https://www.asus.com/Laptops/For-Work/ExpertBook/Expertbook-B9-B9400-12th-Gen-Intel/

🙁https://www.asus.com/Laptops/For-Work/ExpertBook/Expertbook-B9-B9400-12th-Gen-Intel/)

อ่านบทความ > เคล็ดลับเร่งความเร็ว MACBOOK เพื่อแก้ไขปัญหาการประมวลผลช้าให้กลับมาทำงานเร็วขึ้นเหมือนเพิ่งซื้อเครื่องใหม่

สนับสนุนโดย > hilospec เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมเกมคาสิโนให้เลือกเล่นมากมาย ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ มั่นคง ปลอดภัย 100% ที่สุดของเกมแห่งปี 2022 https://hilospec.com

Categories
News สอนใช้

Sony เปิดตัว DualSense Edge จอยเกมใหม่ที่สุดของยุค

DualSense Edge

สายเกมเมอร์ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งสำหรับ DualSense Edge ซึ่งเป็นจอยเกมรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Sony งานนี้ต้องบอกเลยว่าใครที่มีเครื่องเกม PlayStation5 หรืออยากได้จอยเกมเท่ ๆ ไว้สะสม งานนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

DualSense Edge จอยเกมสุดเท่ที่สามารถใส่ตัวตนของคุณได้อย่างเต็มที่

สำหรับใครที่เป็นสายเกมเมอร์ที่รักการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ การที่มีอุปกรณ์เสริมในการเล่นเกมอย่างจอยเกม ที่เราสามารถปรับแต่งปุ่มได้อย่างอิสระ เพื่อให้เข้ากับรูปแบบของการเล่นเกมของเรา หรือให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรา ซึ่งล่าสุด Sony ก็ได้เปิดตัวDualSense Edge ซึ่งเป็น จอยเกม PS5 ออกมา 

DualSense Edge จอยเกม

ซึ่งความพิเศษของจอยรุ่นนี้คือนอกจากคุณสามารถตั้งค่ารูปแบบการใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบแล้วDualsense Edge Wireless Controller ยังจะเป็น จอยเกม ที่สามารถตั้งค่าปุ่มต่าง ๆ หรือรูปแบบการควบคุมต่าง ๆ บนจอยได้ในทุกมิติเพื่อให้เข้ากับรูปแบบการเล่นของผู้ใช้งานแต่ละคนแล้ว จอยรุ่นนี้ยังสามารถปรับแคปของจอย (Stick Caps) ได้สูงสุดถึง 3 แบบ ซึ่งแกนควบคุมนี้ผู้ใช้งานจะต้องซื้อเพิ่มด้วยตัวเอง และที่พิเศษไปกว่านั้นคือคุณยังสามารถสั่งการ หรือควบคุมสิ่งต่าง ๆ เช่น ปรับระดับเสียงของเกม หรือพูดคุยแชท ผ่านจอยด้วยการตั้งค่าบนปุ่ม Fn ซึ่งจะถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของจอยได้อีกด้วย

DualSense Edge

ข้อมูลในส่วนของราคา รวมไปถึงสิ่งที่จะได้มาพร้อมจอยรุ่นนี้

จากข้อมูลที่ถูกเปิดเผยในส่วนของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีมาให้เมื่อคุณซื้อDualSense Edge คือนอกจากคุณจะได้รับสาย USB – C แบบถักแล้ว คุณยังจะได้รับกระเป๋าสำหรับเก็บและพกพาจอย ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากคุณจะสามารถเก็บจอยและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ในกระเป๋าได้แล้ว คุณยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่ของจอยผ่านสาย USC โดยไม่จะเป็นต้องนำจอยออกจากกระเป๋าอีกด้วย 

นอกจากนี้ในส่วนของราคาDualsense edge ราคา อย่างเป็นทางการยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา แต่ว่ากันว่าเนื่องจากจอยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำมาไฟท์กับ Xbox Elite 2 ของทาง Microsoft และมีสเปคที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันแล้ว เราคาดว่าในส่วนของราคาอาจจะไม่ต่างกันมาก ซึ่งราคาจอยดังกล่าวจาก Microsoft ในปัจจุบัน จะอยู่ที่ราว ๆ 7 พันกว่าบาทดังนั้นเราจึงคาดว่าราคาจอยรุ่นนี้จาก Sony อาจจะไม่ได้ทิ้งห่างกันมากเท่าไรนัก และในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับวันในการวางจำหน่ายสินค้ารุ่นนี้อย่างเป็นทางก็ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา ดังนั้นหากมีข่าวที่น่าสนใจของจอยรุ่นนี้เว็บไซต์ของเราจะรีบนำมาอัปเดตให้กับเพื่อน ๆ ทันที

อ่านบทความ > ปลุกตำนานให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งกับ Game & Watch เครื่องเกมในตำนานจาก Nintendo

สนับสนุนโดย > ดัมมี่จากทาง hilospec เว็บตรง พร้อมเกมคาสิโนให้เลือกเล่นมากมาย ไม่มีขั้นต่ำ ที่สุดของเกมเดิมพัน 2022

Categories
News สอนใช้ แนะนำแอปฯ

ทำความรู้จักกับ TOUCHBAR PETS เกมสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงยอดฮิตบน TOUCH BAR ของ MACBOOK

TOUCHBAR PETS

คุณรู้หรือไม่? คุณสามารถเปลี่ยน TOUCH BAR ของ MACBOOK ให้ดูน่ารักและมีชีวิตชีวามากขึ้นได้ง่าย ๆ  ด้วยการรับเลี้ยงสัตว์เสมือนจริงจากแอพ TOUCHBAR PETS เกมเลี้ยงสัตว์ยอดฮิตบนเครื่อง MACBOOK โดยตัวเกมมีสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงน่ารัก ๆ มากมาย เช่น สุนัข แมว กระต่าย และแฮมสเตอร์ เกมนี้มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกับเกมทามาก๊อตในยุค 90 โดยคุณจะต้องให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดห้องให้สัตว์เลี้ยง และทำให้สัตว์เลี้ยงมีความสุขโดยการอ่านหนังสือให้ฟัง และฟังก์ชั่นอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับเกมTOUCHBAR PETS ให้มากขึ้น 

TOUCHBAR PETS คืออะไร?

คุณเคยสงสัยไหมว่าTOUCHBAR PETS คืออะไร? TOUCHBAR PET คือ เกมสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงขนาดเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ตัวเกมถูกคิดค้นให้สามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้ที่ TOUCH BAR ของ MACBOOK ซึ่งเกมนี้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทำให้ระบบเกมมีความเสถียร เล่นเกมลื่นไหล ไม่มีติดขัด แล้ว TOUCHBAR PET เล่นยังไง? เกมนี้มีรูปแบบการเล่น ดังนี้

  • คุณจะต้องติดตามสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ค่อยให้อาหารมัน หากคุณไม่ได้ให้อาหารนานเกินไป ค่าการมีชีวิตของสัตว์เลี้ยงก็จะลดลงและในที่สุดก็ถึงศูนย์ หรือตาย
  • โทเค็นเป็นสกุลเงินในTOUCHBAR PETS คุณสามารถหาเงินได้จากการนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปเดินเล่น และนำโทเค็นไปใช้เป็นเงินซื้ออาหาร ของเล่น และของสะสมอื่น ๆ
  • โหมดต่าง ๆ จะบอกคุณว่าขณะนี้คุณสามารถโต้ตอบกับสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างไร โดย “DESIGN” คุณสามารถวางอุปกรณ์ประกอบฉากในถิ่นที่อยู่ของมัน “EAT” ให้คุณป้อนอาหาร และ “PLAY” ให้คุณมอบของเล่นให้กับมัน

นอกจากนี้สิ่งสำคัญในการเล่นTOUCHBAR PETS คุณจะต้องมี MACBOOK ที่มี TOUCH BAR หรือ IPAD ที่ตั้งค่าเป็นจอภาพที่ SIDECAR หรือโปรแกรมจำลอง TOUCH BAR เรารับรองได้เลยว่าเกมTOUCHBAR PETSจะทำให้คุณได้รับทั้งความสนุกสนานและเพลิดเพลินอย่างแน่นอน

วิธีดาวน์โหลดแอพTOUCHBAR PETS

หากคุณอยากรับเลี้ยงสัตว์เสมือนจริงจากแอพTOUCHBAR PETS ก่อนอื่นเลยคุณต้องทำการดาวน์โหลดแอพจากเว็บไซต์ของผู้พัฒนาเสียก่อน โดยมีวิธีโหลดTOUCHBAR PETดังต่อไปนี้

  1. ไปที่หน้าแรกของ TOUCHBAR PETS และคลิกปุ่ม “DOWNLOAD” เวอร์ชั่นล่าสุด
  2. บันทึกไฟล์ .ZIP ลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ จากนั้นให้ทำการแตกไฟล์แอพTOUCHBAR PETS
  3. เปิดแอพแล้วกด “PLAY”
  4. คุณจะได้รับสองตัวเลือก คือ “ADOPT PET” และ “EXISTING PETS” คลิก “ADOPT” เพื่อสร้างสัตว์เลี้ยงตัวแรก หรือตัวใหม่ เมื่อคุณรับเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและปิดแอพแล้ว คุณสามารถกลับมาใหม่เล่นภายหลังได้ โดยคลิก “EXISTING” เพื่อดูสัตว์เลี้ยงอีกครั้ง
  5. ในเมนู “ADOPT PET” คุณสามารถตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงของคุณได้ และสามารถเลือกสายพันธุ์ของมันได้ด้วย (สัตว์เลี้ยงที่คุณสามารถเลือกได้มีสุนัข แมว กระต่าย หรือแฮมสเตอร์) จากนั้นเลือกสีของมัน (ขาว ครีม ดำ หรือน้ำตาล)
  6. เมื่อคุณได้สัตว์เลี้ยงของคุณในแบบที่ต้องการแล้ว ให้คลิก “CREATE” และเริ่มต้นการเลี้ยงสัตว์เสมือนจริงบน TOUCH BAR ของ MACBOOK ได้เลย

อ่านบทความ : เคล็ดลับเร่งความเร็ว MACBOOK เพื่อแก้ไขปัญหาการประมวลผลช้าให้กลับมาทำงานเร็วขึ้นเหมือนเพิ่งซื้อเครื่องใหม่

สนับสนุนโดย : hilospec เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมเกมคาสิโนให้เลือกเล่นมากมาย ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ ที่สุดของเกมเดิมพันแห่งปี 2022 https://hilospec.com

Categories
News สอนใช้ แนะนำแอปฯ

วิธีตั้งค่า Siri ให้สามารถอ่านออกเสียงข้อความบน iPhone หรือ iPad ของคุณได้

Siri

หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านข้อความบนหน้าจอ หรือรู้สึกว่าข้อความบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad มีขนาดเล็กเกินไป คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการฟังการอ่านออกเสียงข้อความด้วยฟีเจอร์ “การอ่านเนื้อหา” ในขณะที่กำลังเรื่องสั้น หรืออ่านข่าวตามเว็บไซต์ แล้วเกิดขี้เกียจอ่านหรือเมื่อยสายตาคุณสามารถสั่งการให้ Siri อ่านข้อความที่คุณต้องการให้อ่านออกเสียงได้ หากคุณต้องการใช้งานฟีเจอร์การอ่านเนื้อหา คุณจำเป็นต้องเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ในการตั้งค่าเสียก่อน ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีตั้งค่าSiri ให้สามารถอ่านออกเสียงข้อความบน iPhone หรือ iPad มาแนะนำทุกคน 

วิธีตั้งค่า Siri ให้อ่านออกเสียงข้อความบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad 

เสียง Siri

อ้างอิงรูปภาพ

ใครที่ขี้เกียจอ่านข้อความบนหน้าจอ หรือรู้สึกเมื่อยสายตาทุกครั้งที่อ่านเนื้อหาบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad เราขอแนะนำให้ลองเปิดใช้งานฟีเจอร์ “การอ่านเนื้อหา” ซึ่งคุณสามารถสั่งการให้Siri อ่านข้อความที่คุณเลือกให้อ่านออกเสียงได้ โดยคุณจะได้ยินเสียงSiri อ่านเนื้อหาเกือบทั้งหมดบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad ของคุณ ปัจจุบันฟีเจอร์ “การอ่านเนื้อหา” สามารถตั้งค่าการอ่านออกเสียงได้ 3 อย่าง ได้แก่ อ่านออกเสียงสิ่งที่เลือกหรือไฮไลท์เอาไว้, อ่านออกเสียงสิ่งที่อยู่บนหน้าจอทั้งหมด, อ่านออกเสียงขณะป้อนคำ อีกทั้งตอนนี้ฟีเจอร์การอ่านเนื้อหายังรองรับการอ่านออกเสียงข้อความบนหน้าจอถึง 27 ภาษา ซึ่งรวมถึงภาษาไทยด้วย

วิธีทำให้Siri อ่านออกเสียงข้อความบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad

สำหรับวิธีทำให้ Siri อ่านออกเสียงข้อความบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการเปิดการใช้งานฟีเจอร์ “การอ่านเนื้อหา” ในการตั้งค่าSiri ได้ง่าย ๆ ดังนี้

การตั้งค่า Siri

อ้างอิงรูปภาพ

  1. ไปที่การตั้งค่า จากนั้นเลือก “การช่วยการเข้าถึง”
  2. เลือก “การอ่านเนื้อหา”
  3. เปิดอ่านออกเสียงหน้าจอโดยปัดปุ่มไปทางขวา
เสียง Siri

อ้างอิงรูปภาพ

เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์การอ่านเนื้อหาแล้ว คุณสามารถสั่งการให้Siri อ่านออกเสียงข้อความบนหน้าจอ iPhone หรือ iPad ได้ง่าย ๆ เพียงเปิดแอพที่คุณต้องการให้อ่านออกเสียงแล้วพูดว่า “หวัดดีSiri พูดหน้าจอ” หรือ ใช้สองนิ้วปัดลงจากด้านบนสุดของหน้าจอ เพื่อฟังเสียงพูดของเนื้อบนหน้าจอ คุณสามารถใช้ป๊อปอัปตัวควบคุม เพื่อหยุดชั่วคราวหรือเล่น เปลี่ยนแปลงความเร็วในการเล่น และข้ามประโยคได้ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ตัวควบคุมจะย่อขนาดที่ด้านข้างของหน้าจอ แต่คุณสามารถแตะเพื่อเรียกกลับมาใช้งานเมื่อใดก็ได้  

อ่านบทความ : เปลี่ยนวิธีหาเงินโดยไม่ต้องออกจากงาน ด้วยการสร้างรายได้จาก NFT

สนับสนุนโดย : เกมยิงปลา เกมออนไลน์รูปแบบใหม่จากทาง HILOSPEC นำมาเปิดให้บริการ ที่กำลังมาแรง มีรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนใคร เล่นง่าย จ่ายจริง ไม่มีขั้นต่ำ https://hilospec.com/game-yingpla/

Categories
Featured News สอนใช้

เปลี่ยนวิธีหาเงินโดยไม่ต้องออกจากงาน ด้วยการสร้างรายได้จาก NFT

สร้างรายได้จาก NFT

หากพูดถึงสินทรัพย์ สร้างรายได้จาก NFT ที่กำลังมาแรงในช่วงปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มีการซื้อ-ขายกันอย่างแพร่หลายและตลาดมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อไม่นานมานี้ กลับมีอีกหนึ่งกระแสร้อนแรงสร้างความฮือฮาทั่วโลกผ่านการสร้างรายได้จาก NFT ด้วยยอดขายทะลุหลักล้านจนทำให้หลายคนให้ความสนใจว่า NFT นั้นคืออะไร 

NFT ย่อมาจาก Non-fungible token คือ คริปโทเคอร์เรนซีประเภทหนึ่งที่สามารถแสดง “ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์” โดยแต่ละโทเค็นนั้นมีความแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเรายืมหนังสือเพื่อนหนึ่งเล่ม ตอนเอาไปคืนก็ต้องคืนหนังสือเล่มเดิมซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า NFT จะมีความเฉพาะตัวสูงไม่สามารถทดแทน โดยการซื้อขายจะซื้อเป็นหน่วยย่อยเหมือนเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้เพราะจะต้องซื้อเต็มหน่วยเท่านั้น

สร้างรายได้จาก NFT

วิธีการสร้างรายได้จาก NFT 

สำหรับปัจจุบันมีการสร้างรายได้จาก NFT ด้วยการนำประยุกต์ใช้ในวงการอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะวงการงานศิลปะที่มีการนำรูปภาพ ของสะสมบทความ ไอเท็มในเกมส์ เพลง หรือวิดีโอต่าง ๆ มาโพสต์ลงเพื่อสร้างมูลค่าการซื้อ-ขายบนแพลตฟอร์มที่รองรับ เช่น Opensea foundation และ Bekerywap ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงลงทะเบียนและดำเนินการตามขั้นตอนของแต่ละแพลฟอร์ม จากนั้นก็อัพโหลดชิ้นงาน ใส่รายละเอียดและตั้งราคาขาย โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ มีราคาขายชัดเจนและตั้งราคาเพื่อประมูลโดยกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด ท่านใดที่ให้ราคาสูงสุดและปฏิบัติตามเงื่อนไขก็จะได้ผลงานชิ้นนั้นไป

งานอาร์ท สร้างรายได้จาก NFT ได้อย่างไร

ในโลกแห่งดิจิทัลกับโอกาสของเหล่าบรรดาอาร์ตติสท์สู่การสร้างรายได้จาก NFT ด้วยการนำผลงานภาพถ่าย รูปวาด งานกราฟิก และงานศิลปะอื่น ๆ มาสร้างมูลค่าจากการซื้อขายในรูปแบบโทเค็นสู่ NFT หรือที่เราเรียกว่า Cypto Art (งานศิลปะเข้ารหัส) เพื่อเป็นของสะสม หรือซื้อเพื่อเก็งกำไรในอนาคต ถึงแม้จะไม่สามารถจับต้องชิ้นงานได้ แต่คุณค่าของงานศิลปะคืองานนั้นมีชิ้นเดียวในโลก 

สาย NFT GAME ตัวไหนน่าสนใจ พร้อมวิธีสร้างรายได้

เกมส์ NFT

นอกจากงานศิลปะ เรายังสามารถมี passive income NFT โดยการสร้างรายได้จาก NFT GAME ให้คุณมีรายได้จากการเล่นเกมส์ซึ่งปัจจุบันมีทั้งฟรีและเสียเงิน เช่น Axie Infinity (เกมส์เลี้ยงสัตว์) CryptoKitties (เกมส์สะสมเจ้าเหมียวแบบต่าง ๆ ) Evolution Land (บลอกเชนจำลองเสมือนการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์) Sorare (เกมส์การ์ดฟุตบอล) Town Star และ My Neighbor Alice (ให้ความรู้สึกเสมือนเล่นเกมส์ฟาร์ม) ซึ่งภายในเกมส์จะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนไอเท็มต่าง ๆ หรือเล่นจนติดอันดับก็สามารถสร้างผลตอบแทนตามมูลค่าที่กำหนด 

ข้อควรรู้ในการลงทุน NFT มีอะไรบ้าง

หลายคนมีรายได้หลักแสนจาก NFT ไม่ว่าจะเป็น NFT GAME หรือ NFT ART แต่ต้องเข้าใจว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การศึกษาข้อมูลและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือสินทรัพย์ก่อนลงทุนจึงเป็นข้อควรปฏิบัติสำหรับนักลงทุน ยิ่งสินทรัพย์มีความใหม่ การทำความเข้าใจลักษณะและข้อกำหนดต่าง ๆ ยิ่งมีความจำเป็น โดยเราได้รวบรวมทริกดี ๆ กับ 5 ข้อควรรู้ในการลงทุนผ่าน NFT 

NFT GAME

NFT ART

  1. ควรศึกษาข้อมูลและความเป็นมาจาก white paper หรือเอกสารสำหรับไว้นำเสอนข้อมูลจากเจ้าของโปรเจคนั้น ๆ หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ 
  2. ระบบเกมส์ไม่ควรออกให้มีความซับซ้อน หรือยุ่งยากจนเกินไปเนื่องจากจะส่งผลต่อผู้เล่น
  3. ตัวเกมส์ควรรองรับการเล่นได้หลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ IOS Window หรือ Android 
  4. ควรมีเหรียญในตัวเกมส์ให้เลือกกว่า 1 เหรียญและควรเป็นเหรียญที่ถูกลิสต์ไว้ในการแลกเปลี่ยน (Exchange)
  5. ต้องไม่นำเข้าสู่เว็บไซต์ที่เป็นอันตราย หรือมีการขอให้ยืนยันข้อมูลบางอย่างที่มีความผิดปกติ เช่น รหัสการเข้าถึงกระเป๋าเงิน (Wallet) 
  1. ตรวจสอบโปรไฟล์ผู้สร้างผลงานและเว็บไซต์การซื้อขายผลงานที่มีความน่าเชื่อถือและถูกกฎหมาย 
  2. หากเจอผลงาน crypto art ขายบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่มีการซื้อขายน้อย ไม่มีใบรับรอง หรือเว็บไซต์มีการเชื่อมต่อไปลิ้งก์อื่น ๆ ที่ผิดปกติให้คิดไว้เสมอว่าอาจจะเป็นของปลอม
  3. ราคาขายไม่ควรต่ำจนเกินจริงเพราะจะทำให้ผลงานดูไม่น่าเชื่อถือและมีแนวโน้มที่จะล่อลวงผู้ซื้อด้วยราคาที่ถูกเกินจริง
  4. NFT ของแท้ต้องมีเครื่องหมายรับรอง (วงกลมสีน้ำเงิน มีเครื่องหมายถูกตรงกลาง)
  5. ระมัดระวังมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบการดูแลและบริการสินค้าโดยร้องขอให้มีการเข้าใช้แอพอื่น ๆ ที่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงิน (wallet) หรือข้อมูลส่วนตัว 

จะเห็นได้ว่าการสร้างรายได้จาก NFT นั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดและสามารถนำผลงานที่มีอยู่จากฝีมือ หรือไอเดียสร้างสรรค์มาโพสต์ลงเพื่อทำเงินได้อย่างดาย ยิ่งงานถูกใจเป็นที่จับตามองก็ย่อมมีมูลค่าสูงขึ้นซึ่งงานศิลปะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือราคาเเพง แต่มาจากความทุ่มเทและการตั้งใจถ่ายทอดจากผู้สรรค์สร้างผลงาน ส่วน NFT Game ก็สามารถเล่นเพื่อสร้างรายได้ได้เช่นกัน แต่ก็ต้องมีการศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะของ NFT ในแต่ละแบบอย่างเข้าใจ

การลงทุนจึงย่อมมีความเสี่ยง แต่ทุกความเสี่ยงย่อมสร้างโอกาส หากนำเงินไปลงทุนถูกที่ ถูกเวลาซึ่งคงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเวลานี้ NFT กำลังเป็นอีกหนึ่งช่องที่สามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องออกจากงานประจำแต่สามารถมี passive income เพียงแค่ตัดสินใจกล้าที่จะลงมือทำ 

อ่านบทความ : เคล็ดลับเร่งความเร็ว MACBOOK เพื่อแก้ไขปัญหาการประมวลผลช้าให้กลับมาทำงานเร็วขึ้นเหมือนเพิ่งซื้อเครื่องใหม่

สนับสนุนโดย : สมัครบาคาร่า กับ SAgame.bet เว็บที่ดีที่สุด บริการพนันออนไลน์เต็มรูปแบบครบวงจร เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน ซื่อตรงและโปร่งใส ที่สุดแห่งเว็บพนัน 2022

Categories
News สอนใช้ แนะนำแอปฯ

whoscall แอพพลิเคชั่น ยุคใหม่ รู้ทันภัยมิจฉาชีพ

รู้ทันมิจฉาชีพ

ในยุคปัจจุบันนี้ มีมือถือ Android เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีผู้พัฒนากลุ่มหนึ่งได้พัฒนา แอพพลิเคชั่น ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายให้กับมนุษย์มีส่วนลดส่วน 3 ไม่ว่าจะเป็น App สำหรับการโอนเงินและทำธุรกรรมอย่างแอปธนาคารต่างๆ App LINE ที่เอาไว้ส่งข้อความฟรี App Google แปลภาษาซึ่งเอาไว้แปลภาษาต่างๆ ที่เราไม่เข้าใจ และมีอีก 1 แอปที่ถูกพัฒนาเพื่อความปลอดภัยของตัวเรา ซึ่ง App นี้มีชื่อว่า whoscall ซึ่งเป็น แอพพลิเคชั่น ที่เอาไว้สำหรับเช็คว่าใครเป็นคนโทรหาเรา เพื่อความปลอดภัยของเรานั่นเอง ในทุกวันนี้ มีมิจฉาชีพมากมายใช้เบอร์แปลกๆ โทรหาเรา และในทุกๆ วันก็จะมีคนตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้เป็นจำนวนมาก แอพพลิเคชั่น นี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเบอร์โทรเหล่านี้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้คนจำนวนมากก็ได้โหลด แอพพลิเคชั่นนี้ไว้ในมือถือทั้งระบบAndroid และiOSเพื่อใช้ในการเช็คเบอร์โทรต่างๆ หรือเช็คเบอร์แปลกๆ ที่โทรเข้ามาในมือถือของเราว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ของใคร และโทรมาจากสถานที่ไหน ซึ่ง แอพพลิเคชั่น whoscallจึงตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้มือถือหลายคนนั่นเอง แอพพลิเคชั่น นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ สร้างความปลอดภัยให้กับมือถือของเรามากยิ่งขึ้น และเป็น แอพพลิเคชั่น เดียวที่มีความนิยมสำหรับผู้คนหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็น ประชาชนทั่วไป นักธุรกิจที่ต้องติดต่อประสานงานกับลูกค้าเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีเบอร์แปลกๆ เข้ามาในแต่ละวันแบบไม่หยุดหย่อน หรือแม้กระทั่งคนอื่นๆ ที่ใช้โทรศัพท์ในการติดต่อประสานงานเป็นหลัก ซึ่งจะพบว่ามีเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามาไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน และเพื่อป้องกันการถูกหลอกจากมิจฉาชีพ แอพพลิเคชั่น นี้จึงถูกผลิตหรือสร้างขึ้นมาและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีระบบการป้องกันความปลอดภัยที่ทันสมัย และมีลูกเล่นที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับยุคสมัยในปัจจุบัน สำหรับในยุคปัจจุบันนี้ การก่อกำเนิดแอพพลิเคชั่นหรือสร้าง แอพพลิเคชั่นนั้น เป็นไปอย่างทันสมัยและมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นักพัฒนาจึงสร้าง แอพพลิเคชั่น ขึ้นมาหลากหลายและมากมาย แต่ถ้าถามว่า แอพพลิเคชั่น whoscallทำไมถึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้คนมากนัก คำตอบก็คือ แอพพลิเคชั่น นี้เป็น แอพพลิเคชั่น ที่ถูกสร้างขึ้นมาในยุคแรกๆ ที่มือถือ Android ได้ถือกำเนิดขึ้น และมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่องจนมีความปลอดภัยและมีลูกเล่นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นนอกจากการใช้งานแบบเดิมๆ

whoscall

whoscall ตอบโจทย์สำหรับใครบ้าง

whoscallตอบโจทย์สำหรับคนทุกกลุ่มที่ใช้มือถือระบบ Android และ iOS ซึ่ง แอพพลิเคชั่น นี้สามารถเช็คเบอร์มือถือว่าเป็นเบอร์แปลกที่โทรมาจากที่ไหนและเป็นเบอร์ของใคร อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว และยังเป็น แอพพลิเคชั่น ยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย เพราะคนไทยร้อยละ 70% ก็จะใช้ App นี้กันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่ง App นี้จะครอบคลุมทุกฟังชั่นไม่ว่าจะเป็น ตรวจเช็คเบอร์ หาตำแหน่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ผู้ที่สนใจสามารถโหลด App นี้ ได้ทาง Google Play บนมือถือ Android และ App Store บนมือถือระบบ iOS นั่นเอง

รู้ทันมิจฉาชีพ

ข้อดีของ แอพพลีเคชั่นwhoscall

whoscall มีข้อดีมากมายที่ตอบโจทย์สำหรับคนใช้มือถือระบบ iOS และ Android ข้อดีข้อแรกที่ทำให้ผู้ใช้เกิดความประทับใจนั่นก็คือ แอพพลิเคชั่น นี้ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีผ่าน Google Play และ App Store บนมือถือระบบ iOS ข้อดีข้อต่อมาที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้ แอพพลิเคชั่น นี้นั่นก็คือ สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งข้อดีในข้อนี้เป็นข้อดีที่ทำให้ผู้ใช้หลายคนนิยมโหลดแอพพลิเคชั่นนี้มาไว้ในมือถือ นั่นเอง whoscall ก็ยังเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบันอยู่ดี และทางผู้พัฒนาก็ยังพัฒนาลูกเล่นต่างๆ ในตัว แอพพลีเคชั่น อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผู้คนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมากเพราะ แอพพลิเคชั่น whoscallก็ยังมี ความทันสมัยตามกาลเวลา และมีลูกเล่นต่างๆ มากมายทั้งลูกเล่นที่มีอยู่แล้ว และลูกเล่น ที่ ทางผู้พัฒนาได้อัพเดทออกมาให้กับผู้ใช้งานได้ทดลองเล่นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง whoscallเหมาะกับการใช้ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ในปี 2022 นี้ มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือมิจฉาชีพระบาด แอพพลีเคชั่น ตัวนี้จึงเป็นที่นิยมและมีผู้นำมาใช้กันมากขึ้น เพื่อเช็คเบอร์โทรแปลกๆ ที่โทรเข้ามาในมือถือของเรา แอพพลีเคชั่น นี้ ไม่ใช่แค่เพียงเป็นที่นิยมในหมู่ของผู้เล่นมือถือ Android และ iOS กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ไม่ว่ามือถือเครื่องไหนก็มี แอพพลิเคชั่น นี้ติดเครื่องเอาไว้แล้ว เพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเภทต่างๆ ที่มาในหลากหลายรูปแบบนั่นเอง

วิธีการใช้ whoscall

whoscall มีวิธีการใช้ที่ไม่ยากเย็นมากนัก แถมในตัว แอพพลีเคชั่น ยังเป็นภาษาไทย จึงทำให้ผู้ที่ใช้ แอพพลีเคชั่น ตัวนี้เข้าใจง่ายและไม่มีความสงสัยไปอย่างไร ท่านสามารถศึกษาวิธีการใช้ แอพพลีเคชั่น นี้ได้ทาง YouTube และเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งวิธีการใช้จะมีอะไรนั้นเราไปดูกันเลย

เมื่อท่านติดตั้ง แอพพลีเคชั่น whoscallเรียบร้อยแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเปิด แอพพลิเคชั่น ทิ้งไว้ เพียงแค่มีเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามา ตัว แอพพลิเคชั่น ก็จัดแสดง Pop Up ขึ้นมาว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ของใคร ซึ่งชื่อเหล่านี้ก็จะเป็นชื่อที่ผู้ใช้คนอื่นๆ รายงานใส่ฐานข้อมูลมานั่นเอง

ซึ่งวิธีการใช้ แอพพลิเคชั่น whoscallก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด ด้วยความที่วิธีการใช้ไม่ยุ่งยาก จึงทำให้ แอพพลิเคชั่น นี้เป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้หลายคน และเป็น แอพพลิเคชั่น ที่ติดอันดับใน แอพพลิเคชั่น ต่างๆ ที่ใช้ในการจับผิดเบอร์แปลกๆหรือใช้ในกรณีเอาไว้สำหรับตรวจสอบเบอร์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกด้วย

whoscall
ทำไมทุกคนต้องมีแอพพลิเคชั่น whoscall ติดมือถือเอาไว้

สาเหตุหลักๆ ที่คนไทยต้องใช้แอพพลิเคชั่น whoscallนั้นก็มีสาเหตุหลักๆ คือ ไม่ป้องกันเบอร์โทรแปลกๆ จากมิจฉาชีพที่โทรเข้ามาหลอกลวงหรือทำให้เรานั้นเกิดความเสียหายทั้งเวลาและทรัพย์สิน และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตัวของผู้ที่ใช้มือถือ Android มากยิ่งขึ้น และยังทำให้เรารู้ถึงกลโกงมิจฉาชีพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า แอพพลีเคชั่น นี้เป็น แอพพลิเคชั่น ที่มีการพัฒนาจากผู้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็น แอพพลิเคชั่น ที่เปิดให้ใช้บริการมาอย่างยาวนาน ด้วยระบบมือถือที่เป็นระบบ Android และ iOS ซึ่งสามารถจะรองรับ แอพพลิเคชั่น นี้ได้

แอพพลิเคชั่นนี้มีการพัฒนาตลอดเวลาและมีพื้นที่ที่ไม่มากจนเกินไปนัก โทรศัพท์มือถือ Android ที่มีหน่วยความจำหรือพื้นที่เก็บข้อมูลน้อยก็สามารถโหลด แอพพลิเคชั่น นี้มาใช้ได้ โดยที่ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บแต่อย่างใด

นอกจากนี้ whoscall จะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีลูกเล่นที่มากมายหลากหลายยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ที่ใช้งานไม่เบื่อกับการใช้งานในรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป และ

ในอนาคตอาจจะพัฒนาไปจนถึงขั้นที่ว่ามีความปลอดภัยสูงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ด้วยการใช้งานที่ไม่ซับซ้อนและยุ่งยาก และใช้งานง่ายมีความสะดวกสบาย ไม่ต้องเปิด แอพพลิเคชั่น ทิ้งไว้ในขณะติดตั้ง จึงทำให้ มีผู้คนหันมาใช้บริการ แอพพลิเคชั่น นี้เป็นจำนวนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เพราะ แอพพลิเคชั่น นี้ไม่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาจึงทำให้ไม่เปลืองแบตเตอรี่และไม่ทำให้มือถือเกิดความร้อน แอพพลิเคชั่น นี้จะทำงานก็ต่อเมื่อมีเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามาเท่านั้น

ในตัวของ App มีวิธีการใช้งานที่ค่อนข้างง่ายและมีลูกเล่นที่ค่อนข้างเยอะ แถมตามมาด้วยความสะดวกสบายซึ่งมีมาให้แบบครบครัน จากนักพัฒนาที่มีฝีมือในการพัฒนา แอพพลิเคชั่น อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ แอพพลิเคชั่น whoscall เป็นที่นิยมสำหรับผู้คนทั้งกลุ่มน้อยและกลุ่มใหญ่ ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้ประกอบการต่างๆ ที่ต้องใช้โทรศัพท์ในการติดต่อประสานงานนั่นเอง และ แอพพลเคชั่น นี้จะเป็น แอพพลิเคชั่น ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน

และwhoscallจะอยู่คู่กับคนไทยตลอดไปในอนาคตด้วยฝีมือการพัฒนาของนักพัฒนาที่ดี และทำให้แอพพลิเคชั่นมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองการใช้แอพพลิเคชั่นนี้เป็นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ผู้คนมีความปลอดภัยจากมิจฉาชีพมากยิ่งขึ้น และมีความปลอดภัยจากไวรัสต่าง ๆ ที่มาตามสายโทรศัพท์อีกด้วย ก็ขอให้ทุกท่านหันมาใช้ แอพพลเคชั่น นี้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับโทรศัพท์มือถือของเรา และยังสร้างความปลอดภัยให้ตัวท่านเองอีกด้วย

อ่านบทความ >> วิธีป้องกันการถูกแฮกข้อมูลจากแฮกเกอร์บนโลกออนไลน์

สนับสนุนโดย >> hilospec ไฮโลไทย ไฮโลออนไลน์ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ มั่นคง ปลอดภัย 100% มาแรงที่สุดในปี 2022 https://hilospec.com