สอนใช้ มือถือ คอมพิวเตอร์ สอนสร้างเว็บ
Categories
News

Oukitel เปิดตัว Oukitel WP19 มือถือที่ทั้งอึด ถึง ทน!

Oukitel WP19

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไลฟ์สไตล์ลุย ๆ ชอบเดินทางท่องเที่ยวสไตล์แอดเวนเจอร์ และกำลังตามหามือถือที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ ซึ่งOukitelนับว่าเป็นแบรนด์มือถือสัญชาติจีน ที่มีความเชี่ยวชาญให้การผลิตมือถือที่มีความทนทานทั้งเรื่องของบอดี้ และ แบตเตอรี่ ที่มีทั้งความทนทาน ถึก ทน และที่สำคัญคือเหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบลุยเป็นอย่างยิ่ง และล่าสุดกับการเปิดตัว Oukitel WP19 ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในรมือถือที่มีความจุแบตเตอรี่เยอะจุใจ และที่สำคัญยังผ่านการทดสอบทางการทหาร ทำให้คุณมั่นใจในเรื่องของความแข็งแรง ทนทานได้อย่างแน่นอน

สเปคของ Oukitel WP19 มือถือที่มาพร้อมแบตเตอรี่ 21000 mAh 

Oukitel WP19

Oukitel WP 19 เป็นมือถือที่เปิดตัวมาตั้งแต่ในช่วงกลางปี 2022 ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นใหม่เป็นอย่างยิ่ง แต่ที่หลาย ๆ อาจจะไม่รู้จักกับแบรนด์ Oukitel อาจจะเป็นเพราะว่าทางแบรนด์ ทางแบรนด์อาจจะไม่ได้ทำการตลาดในประเทศไทย ซึ่ง Oukitel ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 ภายใต้การดูแลของ Shenzhen Yunji Intelligent Technology หนึ่งในผู้ผลิตแบตเตอรี่กลางแจ้งแบบพกพาชื่อดัง 

Oukitel WP19

ล่าสุดกับการเปิดตัวOukitel WP19 ซึ่งนับว่า Rugged Phone ที่มีแบตเตอรี่ถึง 21000 mAh ที่สามารถใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานได้นานถึง 2,252 ชั่วโมง, โทรศัพท์ได้นาน 122 ชั่วโมง ฟังเพลง 123 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอ 36 ชั่วโมง และหากชาร์จด้วยหัวชาร์จ 33W ของOukitelคุณจะสามารถชาร์จแบต 80% ได้ในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง และในส่วนของกล้อง มือถือOukitel WP 19มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลักจาก Samsung 64MP, เลนส์มาโคร 2 MP F2.4 และ เลนส์ Sony 20 MP IMX350 Night Vision Camera F2.0 อีกทั้งยังพร้อม 4 IR Emitters หรือ อินฟราเรด ที่เมื่อคุณเปิดกล่องในโหมด Night Vision ตัวของ อินฟราเรด ก็จะทำงานทันที ซึ่งตัวอินฟราเรดจะทำงานแตกต่างจากแฟลชที่จะมีแสงสาดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันให้ความรู้สึกปลอดภัยเสมอโดยเฉพาะในป่า และกล้องหน้า 64MP Samsung Matrix Triple Camera อีกหนึ่งตัว

Oukitel WP19

นอกจากนี้ในส่วนของจอภาพเป็นจอภาพแบบ FHD+ Fullscreen ขนาด 6.78 นิ้ว 90 Hz ชิป Helio G95 ความสามารถในการป้องกันน้ำ ฝุ่น และ ความทนทานต่อแรงกระแทก อยู่ที่ IP68 / IP69K / MIL – STD – 810H ดังนั้นใครที่ชื่นชอบการดำน้ำและอยากเก็บภาพความประทับใจ มือถือรุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

Oukitel WP 19 ราคา เปิดตัวด้วยราคา $449

Oukitel WP19

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของOukitel WP19ปัจจุบันในไทยมีตัวแทนผู้นำเข้าหลายเจ้าด้วยกัน โดย Oukitel WP19ราคาในไทย จะอยู่ที่ประมาณ 15,500 – 20,605 บาท แต่สำหรับราคาเปิดตัว มือถือรุ่นนี้เปิดตัวมาพร้อมราคา $449 หรือประมาณ 16,139.31 บาท แต่ในขณะนี้ทางOukitelได้จัดโปรโมชั่นลดราคาจาก 449 เหรียญ เหลือเพียง $382.49 หรือประมาณ 13,748.60 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาค่อนข้างจะแตกต่างจากตัวแทนจำหน่ายในไทยอยู่เล็กน้อย ดังนั้นใครที่อยากเป็นเจ้าของมือถือรุ่นนี้ Oukitel wp 19 แบต 21000mAh รุ่นนี้เราแนะนำให้ซื้อจากตัวแทนในประเทศไทยเพราะจะช่วยให้สะดวก โดยเฉพาะในกรณีที่คุณต้องการเคลมประกันต่าง ๆ หรือ ในกรณีที่เครื่องมีปัญหา คุณก็จะสามารถติดต่อกับร้านโดยตรงได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

Sennheiser IE 900 หูฟัง In Ear ระดับเรือธงจาก Sennheiser 

Sennheiser IE 900

Sennheiser เป็นแบรนด์หูฟังชั้นนำจากประเทศเยอรมนี ที่ผลิตหูฟังหูฟังคุณภาพดีออกมาหลายต่อหลายรุ่นด้วยกัน และที่สำคัญยังมีหูฟังให้เราเลือกหลายประเภท หลายสไตล์ ซึ่ง Sennheiser IE 900 ก็นับว่าเป็นหนึ่งในหูฟังระดับเรือธงจาก Sennheiser ที่ต้องบอกเลยว่าหูฟังรุ่นนี้ให้รายละเอียดเสียงดีชนิดที่ว่า เราสามารถสัมผัสเสียงที่ละเอียดอ่อนได้จากหูฟังรุ่นนี้ได้เลยก็ว่าได้

สเปคของ Sennheiser IE 900 หูฟังที่ตอบสนองความถี่ต่ำถึง 5 เฮิรตซ์ 

Sennheiser IE 900

สำหรับSennheiserIE900 เป็น หูฟัง In Ear ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือนทางSennheiser ได้เปิดตัว Sennheiser IE300 มาก่อนแล้ว และสำหรับปี 2022 นี้ ก็ได้เปิดตัวSennheiserIE 600 ออกมาเช่นกัน แต่สาเหตุที่ทำให้เราหยิบเอา SennheiserIE 900 มารีวิว และเปิดสเปคให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันในวันนี้ ก็เพราะว่าสเปคโดยรวมของรุ่นดังกล่าวนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว 

โดยหูฟังรุ่นดังกล่าวตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียม และผลิตด้วยเทคโนโลยี X3R TrueResponse transducer ขนาด 7 มม. ที่เป็นนวัตกรรมของ Sennheiser โดยเฉพาะ ไดร์เวอร์เดี่ยวซึ่งช่วยตัดปัญหาต่าง ๆ และที่สำคัญถูกนำมาใช้กับSennheiser IE 900รุ่นเดียวเท่านั้น และความพิเศษของหูฟังรุ่นนี้ยังเห็นหนึ่งในหูฟังที่ถูกผลิตขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของเซนไฮเซอร์ที่ประเทศเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นหูฟังที่ผลิตด้วยมือทุกชิ้น

Sennheiser IE 900

นอกจากนี้ขั้วต่อ MMCX ถูกชุบด้วยทองเพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียรมากยิ่งขึ้น ในกล่องเดียวกันมีสายหูฟังให้เลือกถึง 3 เส้น โดยแบ่งตามแจ๊คเสียบ 3 ขนาด ได้แก่ 2.5mm, 3.5mm และ 4.4mm และที่สำคัญยังมีน้ำหนักเบา ให้คุณภาพเสียงที่เป็นธรรมชาติ ไม่ผิดเพี้ยน สมดุล และที่สำคัญด้วยการตอบสนองความถี่ที่ 5 – 48,000 เฮิรตซ์ (หูคนรับรับได้สุด 20,000 เฮิรตซ์) จึงทำให้หูฟังรุ่นนี้กลายเป็นหูฟังที่ให้รายละเอียดของเสียงที่ได้ยินดีที่สุด 

ราคาของ SennheiserIE900 ที่เปิดตัวมาพร้อมราคาครึ่งแสน

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของSennheiserIE900รุ่นนี้ ปัจจุบันหูฟังรุ่นนี้เปิดขายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยSennheiser IE 900ราคา อยู่ที่ 56,990 บาท แต่สำหรับสินค้าบนเว็บไซต์ Sennheiser Thailand ในตอนนี้หมดแล้วเป็นที่เรียบร้อย แต่สำหรับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหลาย ๆ ร้านยังพอมีหูฟัง IE900 รุ่นนี้ให้คุณสามารถจับจองเป็นเจ้าของอยู่บ้าง 

Sennheiser IE 900

นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากได้รุ่นอื่น ๆ เช่น IE 600 หรือ IE 300 ในขณะนี้บนเว็บไซต์ Sennheiser Thailand ยังมีสินค้าให้เพื่อน ๆ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้อยู่ และที่สำคัญ IE 300 ยังจัดลดราคาจาก 10,999 บาท เหลือเพียง 7,590 บาทเท่านั้น ดังนั้นใครที่อยากได้หูฟัง In Ear มาไว้ทำงาน หรือฟังเพลงอาจจะต้องรีบแล้ว

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

Sony Bravia XR OLED A80K ทีวี Sony รุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2022

ทีวี Sony

สำหรับใครที่กำลังอยากได้สมาร์ททีวีรุ่นที่ใช้ไปถึงปี 2023 แล้วก็ยังไม่ตกรุ่น วันนี้เรามี Sony Bravia XR OLED A80K ทีวี Sony มาแนะนำ เนื่องจากทีวีรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ท็อปสุดในซีรีส์ Sony Bravia เลยก็ว่าได้ ซึ่งสเปคของสมาร์ททีวีรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร และน่าสนใจขนาดไหน เราข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกคนในวันนี้ได้เลย

เปิดสเปคของ ทีวี Sony Bravia XR OLED A80K ที่มีให้เลือกถึง 3 ขนาด

ทีวีSony รุ่น Bravia XR OLED A80K มาพร้อม 3 ขนาด ได้แก่ 55 นิ้ว, 65 นิ้ว และ 77 นิ้ว โดยทุกรุ่นเป็น สมาร์ททีวีที่มาพร้อมจอภาพ OLED 4K และชิปประมวลผล XR ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Sony ที่เปิดตัวใช้งานมาเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมานี้เอง โดยชิปรุ่นดังกล่าวจะสามารถประมวลผลทั้งภาพ และ เสียง ด้วยประสิทธิภาพของชิป และจอภาพจึงทำให้คุณสามารถสัมผัสทั้งภาพและเสียงในระดับสมจริง และคมชัดมากยิ่งขึ้น เช่น ในส่วนของภาพที่มืดก็จะมืดแบบสนิทที่สุด หรือ ในส่วนที่เป็นสีก็จะให้สีที่ไม่เพี้ยนไปจากความเป็นจริงนั่นเอง

ทีวี Sony

นอกจากนี้ อย่างที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นแล้วว่า Sony Bravia XR OLED A80K รุ่นนี้เป็นสมาร์ททีวีที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Google TV ที่ให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังร้องรับทั้งการพิมพ์ และ การสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยอีกด้วย และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ หากเรามองจากภายนอกของ ทีวี Sony BRAVIA รุ่นนี้เราจะมองไม่เห็นลำโพงของตัวทีวีเลย นั่นก็เป็นเพราะเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Sony ที่มีชื่อว่า Acoustic Surface Audio+ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้คุณได้ยินเสียงของที่วีผ่านทางหน้าจอ เนื่องจากทาง Sony ได้ทำการฝันลำโพงไว้ทางด้านหลังของหน้าจอ ดังนั้นประสบการณ์ที่คุณจะได้รับคือ เราจะรู้สึกว่าเสียงที่เรากำลังได้ยินนั้นออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงนั้น ๆ ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง

ราคาของ Sony Bravia XR OLED A80K เริ่มต้นเพียง 66,990 บาท

ทีวี Sony

หากคุณอยากเป็นเจ้าของทีวีSonyที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบนี้ อย่างที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นว่าSony Bravia XR OLED รุ่นนี้มีให้เลือกถึง 3 ขนาดด้วยกัน โดย ทีวีSony55 นิ้ว 4K ราคา 66,990 บาท, ขนาด 65 นิ้ว ราคา 89,990 บาท และ ขนาด 77 นิ้ว มีราคาอยู่ที่ 139,990 บาท นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถซื้อกล้อง Bravia Cam ที่นับว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยยกระดับทีวีของคุณให้สุดยอดขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับในเรื่องของการ VDO Call หรือแม้แต่กระทั่งใช้เป็นเซนเซอร์ตรวจจับว่า คุณอยู่ในจุดให้ของจอเพื่อที่จะได้นำมาประมวลผลและปรับระดับคุณภาพของภาพและเสียงให้เข้ากับตำแหน่งที่คุณมองเห็น เพื่อเป็นการเพื่มอรรถรสในการรับชมของคุณนั่นเอง และที่สำคัญไปกว่านั้นคือการขึ้นข้อความแจ้งเตือน เมื่อคุณหรือเด็ก ๆ กำลังนั่งในตำแหน่งที่ใกล้กับหน้าจอมากจนเกินไป และอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้อีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

3 เครื่องฟอกอากาศในรถ รุ่นไหนดี สำหรับปี 2023 นี้

เครื่องฟอกอากาศในรถ

ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศนับว่าเป็นหนึ่งในไอเทมที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่จนส่งผลให้หลาย ๆ คนมีอาการป่วย เช่นภูมิแพ้, ผื่นคัน หรืออาจจะรุนแรงไปจนถึง โรคมะเร็งปอด ดังนั้นการมีเครื่องฟอกอากาศไว้ในบ้าน หรือ เครื่องฟอกอากาศในรถ ก็นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากฝุ่น โดยเฉพาะ PM2.5 ซึ่งมีมากเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และก่อนหน้านี้เว็บไซต์ของเราเคยแนะนำเครื่องฟอกอากาศสำหรับใช้ในบ้านไปแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากแนะนำ 3เครื่องฟอกอากาศในรถ รุ่นไหนดี สำหรับปี 2023 นี้ มาฝากทุกคนกัน

รวม 3 เครื่องฟอกอากาศในรถ ที่สามารถกรองฝุ่นอนุภาคเล็กถึง 2.5 ไมครอน 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังรอบทความแนะนำเครื่องฟอกอากาศในรถจากเว็บไซต์ของเรา วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเหล่านั้นมาให้ทุกคนแล้ว ซึ่งมีเครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ต่าง ๆ ดังนี้

  • GoPure 7101 
เครื่องฟอกอากาศในรถ

เครื่องฟอกอากาศในรถ Philips ที่สามารถปกป้องมลพิษได้มากถึง 125 ประเภท เช่น การกำจัดก๊าซพิษ, กรอง PM 2.5 และ ขจัดควัน NO₂/SO₂ ที่เป็นอันตรายจากการจราจร เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Air Matters และที่สำคัญ แผ่นกรองยังได้รับการรับรองจาก Airmid ว่าสามารถขจัดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้สูงถึง 90% และ แผ่นกรองบังมีอายุการใช้งานถึง 350 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ราคา: ประมาณ 6,011 บาท

  • Xiaomi MiJia Car Air Purifier 
เครื่องฟอกอากาศในรถ

เครื่องฟอกอากาศในรถ Xiaomi ที่สามารถฟอกอากาศได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราความเร็วในการกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่ถูกดูดผ่านเครื่องฟอกอากาศ (CADR) ที่ 60 ลบ.ม./ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3 – 7 นาที สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM2.5/PM0.3-0.5 ได้มากถึง 99.99% สามารถเชื่อมต่อการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน และที่สำคัญไส้กรองเครื่องฟอกยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มากกว่า 4,000 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ราคา: ประมาณ 2,180 บาท

  • IQAIR รุ่น ATEM Car
เครื่องฟอกอากาศในรถ

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ที่สามารถป้องกันอนุภาคอัลตร้าไฟน์ UFPs ที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอนซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคหอบหืด แม้กระทั่งโรคมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้ตัวกรองอากาศของ IQAir ในรุ่น Atem ได้รับการรับรองแล้วว่า สามารถกรองฝุ่น และสารพิษที่มาอนุภาคเล็กถึง 0.003 ไมครอน เช่น ฝุ่นละเอียด PM2.5, ละอองเกสรดอกไม้, สปอร์เชื้อเรา และแบคทีเรีย รวมถึงไวรัสทุกชนิดทด้วยประสิทธิภาพการกรองละเอียดถึง 99% อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน IQAir Atem ได้อีกด้วย

ราคา: ประมาณ 17,900 บาท

เครื่องฟอกอากาศสำคัญอย่างไร และ เครื่องฟอกอากาศในรถจําเป็นไหม

เครื่องฟอกอากาศในรถ

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงความสำคัญ และ ความจำเป็นของ เครื่องฟอกอากาศ ในรถ ก่อนอื่นเราต้องขอพูดถึงมลภาวะทางอากาศที่มีมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะเขตเมือง ซึ่งเป็นเขตที่มีอากาศบริสุทธิ์ค่อนข้างน้อยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งควันเสียจากรถยนต์ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ดังนั้นในหลาย ๆ ประเทศในทวีปยุโรปจึงมีกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีรถยนต์ตามอัตราการปล่อยไอเสียโดยเฉพาะในเขตเมือง และหากเป็นรถที่ขับขี่ในเมืองที่มีรถติดค่อนข้างมาก นอกจากจะส่งผลเสียเป็นวงกว้างแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ บรรดาผู้ใช้รถ ใช้ถนนนั่นเอง เนื่องจาก ฝุ่น สารพิษ รวมไปถึงสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่าง ๆ จากการจราจร ก็จะเข้ามาในรถยนต์ของเราอย่างปฏิเสธไม่ได้ และเราก็จะได้รับสารพิษต่าง ๆ เหล่านั้นแบบเต็ม ๆ ซึ่ง เครื่องฟอกอากาศรถ จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการกรองอากาศภายในรถให้มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

เครื่องฟอกอากาศในรถ

นอกจากนี้สำหรับใครที่สงสัยว่า เครื่องฟอกอากาศในรถจําเป็นไหม ส่วนตัวแล้วเรารู้สึกว่า เครื่องฟอกอากาศภายในรถ ค่อนข้างมีความจำเป็นมากพอสมควร โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้รถบ่อย ๆ เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศบางรุ่นนอกจากจะกรองฝุ่นและสารพิษได้แล้ว ยังสามารถกำจัดได้ทั้งกลิ่น แบคทีเรีย และ ไวรัส ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลังที่ทำให้เราป่วย หรือ ไม่สบาย ดังนั้นการเลือกเครื่องฟอกอากาศในรถที่มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราก็นับว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นพอสมควร

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

เปิดตัวแล้ว! Microsoft Surface Pro 9 ไฮบริดแล็ปท็อปรุ่นใหม่จาก Microsoft

Microsoft Surface Pro 9

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Microsoft Surface Pro 9 ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวกับสเปคของไฮบริดแล็ปท็อปรุ่นนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก จนล่าสุดทาง Microsoftก็ได้ปล่อยสินค้าออกมาแล้วอย่างเป็นทางการ (ในต่างประเทศ) ซึ่งสเปคและข้อมูลต่าง ๆ ของแล็ปท็อปรุ่นนี้จะน่าสนใจขนาดไหนบ้าง เราไปดูกันเลย

Microsoft Surface Pro 9 ไฮบริดแล็ปท็อปที่มาพร้อมชิปเซ็ตหลายรุ่น

Microsoft Surface Pro 9

สำหรับMicrosoft Surface Pro 9 หรือ Surface pro 9 เปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Surface Pro 9 และ Surface Pro 9 5G ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ยังใช้ชิปเซ็ตที่แตกต่างกันออกไปด้วย โดย Surface pro 9 (รุ่น Wi – Fi) จะมาพร้อม ชิปเซ็ต Intel Core i5-1235U หรือ Intel Core i7-1255U RAM 8GB/16GB/32GB (LPDDR5) และความจุตั้งแต่ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB กราฟิกการ์ด Intel Iris Xe Graphics และสำหรับรุ่น SurfacePro9 with 5G มาพร้อมชิปเซ็ตMicrosoft SQ3 (Snapdragon 8cx Gen 3) และชิป Neural Processing Unit (NPU) RAM 8GB/16GB (LPDDR4x) และความจุ 128GB/256GB/512GB กราฟิกการ์ดMicrosoft SQ3 Adreno 8CX Gen 3

Microsoft Surface Pro 9

ในส่วนของหน้าจอ ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับจอภาพ PixelSense Flow Display ขนาด 13 นิ้ว อัตราการรีเฟรชแบบไดนามิกสูงถึง 120Hz (รุ่น Wi – Fi รีเฟรชที่ 120Hz รองรับอัตราการรีเฟรชแบบไดนามิก) แบตเตอรี่รุ่น Wi – Fi สามารถใช้งานอุปกรณ์ทั่วไป 15.5 ชั่วโมง และ รุ่น 5G สามารถใช้งานอุปกรณ์ทั่วไป 19 ชั่วโมง สุดท้ายในส่วนของกล้อง New Microsoft Surface Pro 9ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกล้องหน้าซึ่งเป็นกล้องตรวจสอบใบหน้า “Windows Hello” และสามารถถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียด Full HD 1080p และสำหรับกล้องหลังเป็นกล้องออโต้โฟกัสที่ให้ความคมชัด 10.0MP พร้อมถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียด 1080p HD และสูงสุดถึง 4k เลยทีเดียว

Surface Pro 9 ราคา เริ่มต้นเพียง 999.99 เหรียญดอลลาร์

Microsoft Surface Pro 9

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ Microsoft SurfacePro9 ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ไฮบริดแล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้ยังไม่ถูกวางจำหน่ายในเมืองไทย ดังนั้นใครที่อยากได้อาจจะต้องรอออกไปก่อน แต่สำหรับในต่างประเทศSurface Pro9ทั้ง 2 รุ่นได้มีการวางจำหน่ายและเปิดให้จองบนเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วเป็นที่เรียบร้อย โดย Microsoft surface pro9 ราคา เริ่มต้นอยู่ที่ $999.99 (37,959.62 บาท) สำหรับรุ่น Wi – Fi และ $1,299.99 (49,347.62 บาท) สำหรับรุ่น 5G และสำหรับสีจะแตกต่างออกไปตามแต่ละชิปเซ็ต โดยจะมีสีตาชิปเซ็ตดังต่อไปนี้12th Gen Intel Core i5 สี Platinum, Intel Evo 12th Gen aCore i5 สี

Microsoft Surface Pro 9

Platinum/Sapphire/Forest/Graphite, Intel Evo 12th Gen Core i7 สี Platinum/Sapphire/Forest/Graphite และ Microsoft SQ3 สี Platinum นอกจากนี้Microsoft surface pro9คีย์บอร์ด ยังสามารถถอดออกและเชื่อมต่อกับตัวเครื่องได้อย่างง่ายได้เมื่อต้องการ หรือไม่ต้องการใช้งาน และสำหรับใครที่รู้สึกว่า surface pro9 ในราคา 3 – 4 หมื่นบาทเป็นราคาที่สูงเกินไป แต่เราอยากบอกเช่นนี้ว่า ในราคานี้คุณจะได้ทั้งคีย์บอร์ด และปากกาMicrosoft Surface Slim Pen 2 คุณจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เหล่านี้แต่อย่างใด 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

ไอโฟน14 plus มีความแตกต่าง น่าสนใจยังไง สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ

ไอโฟน14 plus

มาทำความรู้จัก ไอโฟน14 plus มีความแตกต่าง และน่าสนใจยังไง ดังนั้นมาดูกันว่า iPhone 14 plus มีอะไรบ้าง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ไอโฟน14 plus คือรุ่นมาตรฐานที่อัพไซส์

จึงแม้จะมีการเปิดตัววางจำหน่าย iPhone 14‌, iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ไปก่อนหน้านี้ แต่สำหรับ iPhone 14 Plus นั้นถือว่ามาช้ากว่ารุ่นอื่นเพราะเพิ่งจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งก็มีบางอย่างที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับ iPhone 14 Plus ว่าน่าสนใจ และแตกต่างจากรุ่นอื่นยังไง เราจึงข้อควรรู้มาบอกกัน

ไอโฟน14 plus
  1. สเปกของกล้องไอโฟน14 plus เป็นแบบเดียวกันกับ iPhone 14

กล้องของ1 iPhone 4 plus ใช้สเปกกันกับ ไอโฟน 14 ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ต่าง ๆ รูปแบบการจัดวาง ความละเอียด รูรับแสง ระบบป้องกันภาพสั่นไหว พูดง่าย ๆ ก็คือทั้งสองไม่อะไรแตกต่างกันดังนั้นคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพจึงดีเหมือน ๆ กัน

  1. ขับเคลื่อนระบบโดย A15 Bionic

สำหรับไอโฟน 14 จะมีชิปอยู่ 2 แบบ คือ A15 Bionic และ A16 Bionic ซึ่งทั้งไอโฟน 14 และ ไอโฟน 14Plus ใช้ชิปแบบ A15 Bionic ที่เหมือนกับ ไอโฟน 13 Pro ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่จากแตกตรงที่ GPU Core จะดีกว่าไอโฟน 13 Pro แต่ความแรงก็ยังด้อยกว่า ไอโฟน14 Pro ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่ที่ช่วยในเรื่องของความร้อนได้มากกว่า

ไอโฟน14 plus
  1. มีจอแบบ Super Retina XDR ขนาดใหญ่

ไอโฟน14 plus มีหน้จอขนาด 6.7 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดเดียวกันกับ iPhone 14 Pro Max รวมไปถึงชนิดหน้าจอก็เป็น Super Retina XDR เหมือนกัน แต่จะแตกต่างตรงที่ไม่มีเทคโนโลยี Pro Motion, ค่าความสว่าง และ Dynamic Island

  1. เครื่องที่ใหญ่กับแบตเตอรี่ที่อึดใช้ได้นาน

ไอโฟน 14 Plus เป็นรุ่นระดับเริ่มต้นที่นอกจากจะจะมีขนาดหน้าจอใหญ่ 6.7 นิ้วแล้วยังเป็นรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ใหญ่ (มีรุ่น Pro ที่ใช้แบตฯ ขนาดเดียวกัน) ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน หากถามว่าอึดนานขนาดไหน อ้างอิงข้อมูล Apple ก็คือดูหนังได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 26 ชั่วโมง ฟังเพลงได้ 100 ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟผ่าน MagSafe ชาร์จไฟได้มาก 50 % ภายในเวลา 30 นาที (เท่าไอโฟนรุ่นอื่น ๆ) 

ไอโฟน14 plus
  1. ความแข็งแรงทนทาน

ไอไฟนที่ออกมาทั้ง 4 รุ่น ถือว่ามีความทนมาก ๆ เพราะใช้กระจกหน้าจอแบบ Ceramic Shield ที่มีความแข็งแรงกว่าเดิม สามารถกันน้ำได้ลึก 6 เมตร นาน 30 นาที ใครทีชอบทำโทรศัพท์ตกน้ำบ่อย ๆ คงถูกใจสิ่งนี้

ไอโฟน14 plus

เรียกได้ว่า ไอโฟน14 Plus ก็เป็นอีกรุ่นที่ออกมาตอบโจทย์ถ้าคุณอยากได้ iPhone ที่จอใหญ่แต่งบไม่เยอะ นี่เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ครับ แต่ราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท จะถูกใจคุณหรือไม่ อาจจะต้องขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคนนะครับ

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

iPad Pro M2 ไอเพดรุ่นใหม่ที่มาพร้อมชิปใหม่ล่าสุดจาก Apple 

iPad Pro M2

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ iPad Pro M2 เนื่องจากล่าสุดทาง Apple ได้ทำการเปิดตัว iPad และ iPad Pro รุ่นใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไอแพดโปรรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับ ชิป M2 ซึ่งเป็นชิปตัวใหม่ล่าสุดจากทาง Apple ที่ถูกนำมาใช้กับ MacBook Pro รุ่น 13 และ MacBook Air รุ่นใหม่ที่ถูกเปิดตัวไปก่อนหน้านี้นั่นเอง แต่สำหรับสเปคของ iPad Pro M2 จะน่าสนใจขนาดไหนนั้นเราไปดูพร้อมกันเลย

iPad Pro M2 ที่สายกราฟิก และ ครีเอเตอร์ต้องมีสักเครื่อง 

iPad Pro M2

สำหรับiPadPro M2 หรือ iPad Pro2022 เป็นไอแพดที่มาพร้อมกับชิป M2ซึ่งเป็นชิปใหม่จากทาง Apple โดยชิปรุ่นนี้จะทำให้อุปกรณ์นั้นมีความเร็วแรงมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย โดยชิปปรุ่นนี้จะมาพร้อมกับ CPU แบบ 8-core, GPU แบบ 10-core และ Neural Engine แบบ 16-core จึงทำให้ประสิทธิภาพในการรันข้อมูล และ ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นหลายเท่าตัว และที่สำคัญชิปรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาการทำงานด้านอื่น ๆ ให้เร็วมากขึ้นจึงส่งผลให้คุณสามารถสร้างงานออกแบบ 3D, สร้างโมเดล AR ที่ และเล่นเกมไปพร้อมคุณภาพกราฟิกระดับคอนโซลที่มีอัตราเฟรมเรทที่สูงได้เร็วยิ่งกว่าที่เคยบน New iPad ProM2ได้เลย

iPad Pro M2

iPad Por ยังมีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่นรุ่น 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว โดยรุ่นที่มาพร้อมกับจอภาพ 12.9 นิ้ว จะเป็นจอภาพแบบ Liquid Retina XDR ที่มีอัตรารีเฟรชแบบปรับได้ที่ 120Hz ความสว่างแบบเต็มจอ 1,000 นิต HDR (ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด) 1,600 นิต True Tone เพิ่มพลังความสว่างจาก Mini-LED กว่า 10,000 ดวง ซึ่งความพิเศษของ Mini-LED ที่นำมาใช้บน iPad Pro รุ่นนี้ยังมีขนาดที่เล็กกว่ารุ่นก่อน ๆ ถึง 120 เท่าเลยทีเดียว ส่วนสำหรับรุ่น 11 นิ้ว จะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ Liquid Retina ความสว่างแบบเต็มจอที่ 600 นิตนั่นเอง 

iPad Pro M2

นอกจากนี้สำหรับไอแพดรุ่นนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับ iPadOS 16 ได้ดี และมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง สามารถถ่ายโอนข้อมูลด้วย Thunderbolt ได้เร็วสูงสุด 40Gb/s กล้องอัลตร้าไวด์ 12MP และสามารถปลดล็อค iPad ด้วย Face ID และในส่วนของกล้องหลังมาพร้อมกันทั้งหมด 2 เลนส์ด้วยกัน ได้แก่ กล้องไวด์ 12MP และกล้องอัลตร้าไวด์ 10MP รองรับสัญญาณ 5G และที่สำคัญยังสามารถใช้งานร่วมกับ Apple Pencil หางจากหน้าจอได้ไกลสูงสุด 12 มม. เลยทีเดียว

ราคาของ ไอแพดโปร M2 แต่ละรุ่น 

iPad Pro M2

สำหรับ iPadPro M2นั้นมีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว โดยทุกรุ่นจะมาพร้อม 2 สี ได้แก่ เทาสเปซเกรย์ และ เงิน และในส่วนของราคา iPad ProM2 ราคา เริ่มต้น 32,900 บาท รุ่น 11 นิ้ว ความจุ 128GB Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular จะอยู่ที่ 38,900 บาท ส่วนรุ่นหน้าจอ 12.9 นิ้ว จะมีราคาเริ่มต้นที่ 44,900 ความจุ 128GB Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular จะอยู่ที่ 50,900 บาท ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า iPad ProM1 อยู่เล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้สำหรับทั้ง 2 รุ่น ยังมีความจุสูงสุดถึง 2 TB เลยทีเดียว 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

หน้าหนาวนี้คุณมี เครื่องฟอกอากาศ หรือยัง?

เครื่องฟอกอากาศ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการภูมิแพ้ หรือ แพ้ฝุ่นอย่างหนัก คุณก็คงจะทราบดีว่า หากวันไหนที่อากาศปิด หรือ ท้องฟ้าปิด วันนั้นคงเหมือนชีวิตกำลังเจอกับหายนะครั้งใหญ่อยู่แน่ ๆ เพราะเราจะได้รับฝุ่นที่อยู่ในอากาศแบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะ PM2.5 ที่เป็นอันตรายกับร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อหน้าหนาวซึ่งเป็นช่วงที่ฝุ่นหนากำลังมาถึง เครื่องฟอกอากาศ จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับ 3 เครื่องฟอกอากาศ ที่คุณไม่ควรพลาดมาฝากกัน

3 เครื่องฟอกอากาศ สำหรับปี 2022 – 2023 

เครื่องฟอกอากาศ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากได้เครื่องฟอกอากาศ ที่ฟอกอากาศเยี่ยม ราคาดี แถมเทคโนโลยีเลิศ วันนี้เรามี 3 เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี สำหรับปี 2022 – 2023 มาฝากทุกคนที่กำลังตามหาเครื่องฟอกดี ๆ กัน

  • Dyson Pure Cool TP00 

เครื่องฟอกอากาศDyson ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศแบบตั้งพื้น (ควบคุมผ่านรีโมท) ที่สามารถดักจับสารมลพิษที่เป็นอันตรายได้สูงถึง 99.95% โดยรุ่นนี้จะมาพร้อมตัวกรองใยแก้ว HEPA แบบ 360 องศา ดักจับอนุภาคนุภาคขนาดเล็กมากที่อยู่ในอากาศ เช่น สารก่อภูมิแพ้, ละอองเกสร, แบคทีเรีย และสะเก็ดผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบ 360 องศา ดังนั้นรุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้เป็นพิเศษ นอกจากนี้เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ยังเหมาะกับกับห้องทุกประเภทที่มีขนาดไม่เกิน 81 ลูกบาศก์เมตรอีกด้วย

เครื่องฟอกอากาศ

ราคา: 13,900 บาท (ราคาพิเศษ 11,900 บาท เพียงกรอกโค้ด “DY2000” ที่หน้าชำระเงินเว็บไซต์ Dyson ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 65 – 2 พ.ย. 65) 

  • LG PuriCare New 360 รุ่น AS65GDWH0

เครื่องฟอกอากาศจาก LG ที่มีระบบการกรองหลายขั้นตอน สามารถควบคุมเครื่องฟอกอากาศผ่านสมาร์ทโฟน ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, ฝุ่น, สารก่อภูมิแพ้, ขนสัตว์เลี้ยง, กลิ่นไม่พึงประสงค์ และก๊าซอันตรายชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่น PM0.01 ที่ละเอียดมากได้ถึง 99.999% และแบคทีเรีย/ไวรัส 99.9% โดยรุ่นนี้จะมีคุณสมบัติในกรองอากาศแบบ 360 องศา พร้อมด้วยใบพัด Clean Booster และระบบการกรอง 6 ขั้นตอน ซึ่งเหมาะสำหรับห้องที่มีขนาด 61.2 ตารางเมตร

เครื่องฟอกอากาศ

ราคา: 20,900 บาท (Powerbuy

  • Philips air purifier series 4000i รุ่น AC3854

เครื่องฟอกอากาศPhilips ที่สามารถฟอกอากาศบริสุทธิ์ในเวลาไม่เกิน 5 นาที มีเทคโนโลยีการตรวจจับแบบเรียลไทม์ และสามารถขจัดไวรัส แบคทีเรีย, ละอองเกสร, ฝุ่น, สารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่น, ขนสัตว์, ก๊าซและมลพิษอื่น ๆ ได้ถึง 99.9% แผ่นกรอง HEPA สามารถดักจับอนุภาคขนาด PM0.003 ได้ถึง 99.97% มีช่องรับอากาศ 360 องศา ครอบคลุมห้องที่มีขนาดถึง 158 ตารางเมตร ที่สำคัญคือ ใช้งานร่วมกับ Amazon หรือ Alexa ได้ ดังนั้นคุณจึงสามารถสั่งการเครื่องฟอกด้วยเสียงของคุณได้แบบสบาย ๆ อีกด้วย

เครื่องฟอกอากาศ

เลือกเครื่องฟอกอากาศอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ

สำหรับใครที่อยากได้ เครื่อง ฟอกอากาศ แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไรดีจึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน หรือ ไลฟ์สไตล์ของเรา วันนี้เว็บไซต์มีเคล็ดลับ หรือ วิธีในการเลือกเครื่องฟอกอากาศง่าย ๆ มาไว้ใช้งานกัน โดยก่อนอื่นเราควรคำนึงก่อนว่า ห้องที่เราจะนำเครื่องไปวางเป็นห้องอะไร มีขนาดเท่าไร เช่น หากเป็น เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน และหากห้องนอนของคุณมีขนาดที่ไม่กว้างมากนัก คุณอาจจะเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาด หรือ มีความสามารถในการฟอกอากาศพอดีกับขนาดของห้อง (ช่วยประหยัดค่าเครื่อง) และควรเลือกเครื่องฟอกที่มีเสียงเบา หรือ สามารถปิดแสงของตัวเครื่องได้ด้วยจะดีเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับใครที่ในบ้านมีเด็กเล็ก หรือ ต้องการนำไปไว้ในห้องเด็ก ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีฟังก์ชันล็อกปุ่มเพื่อป้องกันเด็กกดเล่น เป็นต้น

เครื่องฟอกอากาศ

แต่หากบ้านของคุณมีพื้นที่ในการวางที่จำกัด การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ที่มีขนาดเล็ก แต่มีประสิทธิภาพในการฟอกที่สูง เช่น เครื่องฟอก Dyson อาจจะเป็นหนึ่งตัวเลือกที่อาจจะเหมาะกับการใช้งานของคุณ นอกจากนี้ก็จะเป็นในส่วนของความสามารถในการฟอก ที่ในปัจจุบันเครื่องหลาย ๆ รุ่นนอกจากจะฟอกฝุ่นได้แล้ว ยังสามารถฟอกกลิ่น, ไวรัส, แบคทีเรีย, ขนสัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นการเลือกเครื่องฟอกอากาศอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ ควรใช้เหตุผลอื่น ๆ นอกจากความสามารถในการฟอกมาเสริมเพื่อให้คุณได้เครื่องฟอกอากาศที่ถูกใจนั่นเอง 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
News

ข่าว Netflix ถึงขาลง หุ้นตก เพิ่มค่าบริการ แถมเตรียมเก็บค่าบริการไอดีที่ดูหลายบ้านเพิ่ม

ข่าว Netflix

หากย้อนไปเมื่อช่วง 1 – 2 ปี ก่อนหน้านี้ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด – 19 อย่างหนัก ทำให้คนเราไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมข้างนอกบ้านได้ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจที่จะใช้งานแอปพลิเคชัน Netflix และ แอปสตรีมมิงอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ล่าสุด ข่าว Netflix ส่งท้ายปี 2022 นี้ เริ่มมีสัญญาณข่าวที่ไม่ดีออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งข่าวเกี่ยวกับหุ้นที่ตกลงฮวบ ประกาศขึ้นราคาค่าสมาชิก ปรับเกณฑ์ในการสมัครสมาชิก และล่าสุดมีข่าวแว่วออกมาแล้วว่า Netflix เตรียมที่จะเก็บเงินเพิ่มจากไอดีในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน หรือ กลุ่มคนที่ตั้งตี้ แชร์ไอดีกันเพื่อใช้บริการนั่นเอง

ข่าว Netflix ข่าวที่เป็นผลดีสำหรับทุกฝ่าย

ข่าว Netflix

ตามที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นเกี่ยวกับ ข่าวNetflix เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ข่าวต่าง ๆ เหล่านี้ดูเหมือนว่า จะเป็นข่าวที่ออกมาในทางแง่ลบ เริ่มตั้งแต่ Netflix ไล่ผู้บริหารออก, Netflix หุ้นตก ลามมาจนถึงข่าวเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่ม ซึ่งก่อนอื่นเราต้องขอพูดตรงไปตรงมาก่อนว่า ในปัจจุบันเรามักจะเห็นการโพสต์หาผู้คนเข้าร่วมการแชร์ค่าสมาชิกการใช้บริการสตรีมมิงต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก รวมไปถึง Netflix และแน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎของแอปต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ยังส่งผลเสียต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย เช่น การทำให้ทุนในการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจลดลง เป็นต้น 

ข่าว Netflix

ดังนั้นนอกจากทาง Netflix จะต้องการเพิ่มกำไรให้กับบริษัทแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทาง Netflix ต้องออกมาตรการต่าง ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงเปิดแพ็กเกจรูปแบบใหม่ออกมา ก็เพื่อป้องกันการกระทำที่แหกกฎของเหล่าสมาชิก ซึ่งการเรียกเก็บค่าไอดีนั้นจะเรียกเก็บจากการจับโลเคชั่นว่าผู้ที่ใช้ไอดีเดียวกัน ได้มีการใช้งานอยู่ในโลเคชั่นเดียวกันหรือไม่ และหากมีการจับสัญญาณว่า ไอดีดังกล่าวใช้งานอยู่ต่างโลเคชั่นบ่อยครั้ง ทาง Netflix ก็มีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มนั่นเอง ซึ่งข่าวดังกล่าวนี้ก็มีการยืนยันออกมาแล้วว่าข่าว Netflix ไม่ให้แชร์ค่าบริการจึงเป็นข่าวจริง และกฎดังกล่าวจะเริ่มใช้งานในปี 2022 นี้

ค่าบริการ Netflix ปี 2022 รวมไปถึงแพ็กเกจใหม่ ปี 2023 

ข่าว Netflix

สำหรับข่าวNetflix ที่ถูกเปิดเผยออกมาล่าสุด จะมีข่าวเกี่ยวกับการเปิดบริการแพ็กเกจใหม่ออกมาด้วย ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวจะเปิดให้เพื่อน ๆ สามารถสมัครเป็นสมาชิกในปี 2023 ที่จะถึงนี้ โดยแพ็กเกจดังกล่าวคือ Basic with Ads (Basic พร้อมโฆษณา) ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าว ผู้ใช้งานจะไม่สามารถดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่าง ๆ เช่น หนัง , ซีรีส์ หรือ การ์ตูน มาไว้ดูแบบ Offline บนอุปกรณ์ได้ นอกจากนี้ระหว่างที่เรารับชมคอนเทนต์จะมีโฆษณาคั่นในช่วงเริ่มดูและระหว่างที่กำลังรับชม โดยความยาวของโฆษณาจะอยู่ที่ 15 – 30 วินาที โดยเฉลี่ยแล้วจะมีโฆษณารวมประมาณ 4 – 5 นาที/ชั่วโมง 

ข่าว Netflix

 Netflix มีโฆษณา จะเปิดให้เริ่มทดลองใช้งานในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2022 และจะเปิดให้ใช้งานใน ใน 12 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เม็กซิโก, อิตาลี, แคนาดา, เกาหลีใต้, เยอรมัน, สเปน, สหราชอาณาจักร และ บราซิล และจะมีค่าบริการอยู่ที่ $6.99 ต่อเดือน (264.22 บาท) ส่วนในเมืองไทยคาดว่าจะถูกเปิดให้ใช้บริการในปี 2023 ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้สำหรับ ค่าบริการ Netflix รายเดือน รวมไปถึงแพ็กเกจของปี 2022 นี้ ยังคงเป็นแพ็กเกจและค่าบริการเดิม โดยจะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 99 – 419 บาท ซึ่งหากเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจเป็นสมาชิกก็สามารถสมัคร และก็เริ่มใช้งานได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://gclubspecial168.com  ทดลองเล่นฟรี!

Categories
News

Apple TV 4K เจเนอเรชั่นถัดไปแห่งการดูสื่อบันเทิงที่มาพร้อมกับชิป A15 Bionic

Apple TV 4K

เรียกได้ว่า Apple TV 4K เป็นรุ่นที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของApple TV เลยก็ว่าได้ เพราะรุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมกับชิปประมวลผลเรือธงอย่าง ชิป A15 Bionic และเพิ่มระดับความคมชัดด้วยเทคโนโลยี HDR10+ ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้ทุกคนพร้อมดูสื่อบันเทิงผ่านจอขนาดใหญ่แบบไม่ต้องกลัวว่าจะเสียอรรถรส และถ้ายังชัดไม่พอรอบนี้ทาง Apple เค้ายังยกระดับไปอีกขั้นด้วย Dolby Vision โดย Apple TV 4Kราคา เริ่มต้นที่ 5,290 บาท ส่วนสรรพคุณต้องขอสปอยไว้ก่อนว่าเหลือล้น เห็นแล้วระวังนอกใจ Android TV

Apple TV 4K เหมือนทีวีทั่วไปหรือไม่ ดีกว่าอย่างไรวันนี้มีคำตอบ

Apple TV 4K

พูดกันแบบไม่อวยไอ้เจ้าAppleTV 4K ก็ไม่ได้แตกต่างจาก AndroidTV สักเท่าไหร่ถ้าเป็นเรื่องรูปแบบการใช้งานหลัก เช่น ดูNetflix ฟังเพลง หรือดูรายการทีวี คราวนี้ถ้าถามว่าAppleTV 4Kน่าซื้อไหม ต้องขอบอกเลยว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลจริงๆถ้าให้เปรียบก็คงเหมือนแฟนAppleกับ Android ที่ชอบและถนัดกันคนละแบบ แต่อย่างไรก็ถามขึ้นชื่อว่าApple แน่นอนว่าต้องมีฟีเจอร์ที่ทีวีทั่วไปไม่มีแน่นอนApple TV 4Kดูอะไรได้ บ้าง สิ่งที่ซื้อแล้วไม่ควรได้ มีดังนี้

Apple TV 4K
  • Apple TV+

ฟีเจอร์ที่ใครซื้อApple TV4K ไม่พลาดกันอยู่แล้ว ต้องยกให้ Apple TV+ สุดยอดแหล่งรวมซีรีส์ระดับพรีเมียม โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกโหมดการใช้งานให้เหมาะสมกับครอบครัวไม่ว่าจะโหมดสำหรับเด็ก หรือโหมดทั่วไปสื่อบันเทิงที่แถมมาให้รับรองน่าสนใจจนเวลาที่ใช้เลือกหนังก็กินไปเกือบครึ่งวันแล้ว

Apple TV 4K
  • Apple Arcade

นอกจากสื่อบันเทิงที่มี บน Apple TV รุ่นใหม่ล่าสุดตัวนี้ยังเอาใจสายเกมด้วยเกมระดับพรีเมียมมากมาย โดยจะมีเกมใหม่ๆอัปเดตเข้ามาให้เราได้เล่นกันอยู่ตลอดเวลา

Apple TV 4K
  • tvOS

อีกคุณสมบัติที่ใครยังไม่เคยลองอาจไม่รู้ เพราะใครจะไปรู้ว่าAppleTV 4K ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นทีวี แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้แบบรอบด้านไม่เว้นแม้แต่เก็บทุกช่วงเวลาของรอบครัวไว้บน iCloud และดูไปพร้อมๆกับครอบครัว ถือเป็นอีกช่วงเวลาแห่งความสุขที่สร้างได้ด้วยAppleTV4K

Apple TV 4Kฟีเจอร์เพียบ ใช้งานลื่นไหลสาวก Apple ไม่ควรพลาด

Apple TV 4K

สำหรับสาวก Apple ต้องขอย้ำอีกทีว่าห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับเจ้าAppleTV4K เครื่องนี้ นอกจากจะมาพร้อมกับราคาเปิดตัวเพียง 5,290 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และรุ่นที่มี Ethernet เข้าร่วมเพิ่มจะอยู่ที่ราคา 5,990 บาท ทางด้านราคาก็ยังถือว่าจับต้องได้ยังไม่พุ่งสูงทะลุเพดานอย่างไอโฟน ทางด้านประสิทธิภาพขอบอกเลยว่าจัดเต็มด้วยพลังประมวลผลของชิป A15 Bionic ที่จะช่วยให้ Apple TVรุ่นใหม่ล่าสุด ทำงานได้รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 50% และช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นไหลอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆให้ได้สัมผัสกันอีกมากมาย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://gclubspecial168.com เว็บการพนันออนไลน์