Categories
News

JET PACK เครื่องยนต์สะพายหลังที่จะทำให้คุณบินได้เหมือนกับซูเปอร์ฮีโร่

JET PACK

จะเป็นอย่างไร? ถ้าหากมนุษย์บินได้ เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความฝันที่อยากจะบินในอากาศได้เหมือนกับซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งความจริงแล้วมนุษย์ได้พยายามพัฒนาอุปกรณ์ที่จะช่วยทำให้คุณบินได้มานานหลายปีแล้ว และในตอนนี้ความฝันของคุณนั้นใกล้ที่จะเป็นความจริงแล้ว ด้วย JET PACK เครื่องยนต์สะพายหลังที่ใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ระบบเทอร์ไบน์ และใช้เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นสองรุ่นที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท JETPACK AVIATION ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หลายคนคงกำลังสงสัยกันใช่ไหมคะว่า JET PACK คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร? ซึ่งคุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่ะ

JET PACK คืออะไร?

เราเชื่อว่าหลายคนคงกำลังสงสัยว่า JET PACK คืออะไร? JET PACK คือ อุปกรณ์เครื่องยนต์สะพายหลังที่ใช้ไอพ่นของก๊าซหรือของเหลวเพื่อขับเคลื่อนผู้สะพายให้ขึ้นไปในอากาศ ซึ่งแนวคิดนี้อยู่ในหลักการทางวิทยาศาสตร์มาเกือบศตวรรษและแพร่หลายในทศวรรษ 1960 โดยทั่วไปการใช้งาน JET PACK มักมีข้อจำกัดมากมายไม่ว่าจะเป็นชั้นบรรยากาศของโลก แรงโน้มถ่วง ความหนาแน่นเชื้อเพลิงที่ใช้ได้ และน้ำหนักของมนุษย์ไม่เหมาะกับการอยู่ในอากาศ ดังนั้นเราจึงเห็นการใช้งานเจ็ตแพ็คได้จริง ๆ ในกิจกรรมนอกยานพาหนะของนักบินอวกาศเท่านั้น เนื่องจากมันไม่มีน้ำหนักและไม่มีบรรยากาศที่สร้างแรงเสียดทานในวงโคจร 

JET PACK

ที่มาของรูปภาพ

JET PACK ได้ปรากฏสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกในปี 1965 จากภาพยนตร์ JAMES BOND เรื่อง THUNDERBALL ในปัจจุบันผ่านมาแล้ว 56 ปี เทคโนโลยี JET PACK ได้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยได้รับการพัฒนาและทดสอบการใช้งานเฉพาะทางหลากหลายรูปแบบ เช่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำ JET PACK ไปใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเครื่องยนต์ที่น่าจับตามองและมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

JET PACK

ที่มาของรูปภาพ

อย่างไรก็ตามอุปกรณ์นี้ก็ยังมีปัญหาอีกหลายประการ ตั้งแต่ปัญหาด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และปัญหาการควบคุมการจราจรทางอากาศ แต่ก็ยังมีบางประเทศที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถจ่ายเงินเพื่อทดลองใช้อุปกรณ์  JET PACK ยกตัวอย่างเช่น บริษัท 2 แห่ง ในสหรัฐฯ และในสหราชอาณาจักร แต่อุปกรณ์จะต้องเชื่อมต่อเส้นลวดที่แข็งแรงให้ยึดเข้ากับโครงโลหะขนาดใหญ่ของ JET PACK เพื่อป้องกันการบินที่ไม่สามารถควบคุมได้

อนาคตของเทคโนโลยี JET PACK 

ในอนาคตคาดว่าเทคโนโลยี JET PACK จะถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินก่อนจะถูกนำมาใช้งานโดยทั่วไป และบุคคลทั่วไปสามารถซื้อ JET PACK มาใช้งานได้จนกลายเป็นเรื่องปกติ ถึงแม้มันจะมีราคาสูงและต้องสั่งทำเฉพาะ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังได้รับอิสระสำหรับการใช้งานมากขึ้น 

JET PACK

ที่มาของรูปภาพ

ในปัจจุบันได้มีบริษัทที่เปิดให้บริการทดลองใช้งาน JET PACK แล้ว ยกตัวอย่างเช่น บริษัท JETPACK AVIATION ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งแต่ปี 2015 บริษัทนี้ได้ผลิตเจ็ตแพ็กออกมาหลากหลายรูปแบบ โดยคำนึงถึงโอกาสที่จะนำไปใช้ในการทหารและสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ นอกจากนี้บริษัทยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามารับการฝึกใช้งาน JB10 เจ็ตแพ็กเครื่องยนต์แฝดเทอร์โบเจ็ตที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานบริหารการบินสหรัฐฯ ได้ โดยเจ็ตแพ็กรุ่นนี้ใช้น้ำมันก๊าด หรือดีเซลในการขับเคลื่อน ซึ่งคนที่จะเข้ารับการฝึกจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงประมาณ 4,950 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 159,000 บาท) สำหรับการฝึกอบรม 2 วัน เนื่องจากในปัจจุบัน JET PACK เป็นเทคโนโลยีที่ราคาแพง แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันอาจจะมีราคาที่ถูกลง และคนสามารถจ่ายได้มากขึ้น เพราะความล้ำหน้าของเทคโนโลยีในอนาคต

Author

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

ไฮโลไทย ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
News

iPhone 14 ไอโฟนรุ่นต่อไปของ Apple กับข่าวลือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อปีที่แล้ว Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone 13 ทำให้เกิดการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์หลายคนว่าในปี 2022 Apple มีแนวโน้มที่เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ที่ถือว่าเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดของปีอย่าง iPhone 14 ในขณะที่มีข่าวลือเช่นนี้ออกมาเรื่อย ๆ  จึงทำให้หลายคนมีคำถามมากมายเกี่ยวกับ iPhone 14 ที่มีข่าวลือว่า Apple อาจจะหยุดผลิต iPhone Mini หรือไม่? จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรอยบากหรือไม่? และรุ่น Pro จะได้รับการอัพเกรดกล้องหรือไม่? รวมไปถึงจนฟีเจอร์และสเปคของ iPhone 14 ที่หลายคนตั้งตารอ ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 14 ไอโฟนรุ่นต่อไปของ Apple ตั้งแต่วันวางจำหน่าย รุ่น ขนาด ราคา กล้อง รวมไปถึงจนข้อมูลจำเพาะ และคุณสมบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

ข่าวลือเกี่ยวกับวันวางจำหน่าย iPhone 14 และการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น

หลังจากที่เราได้สำรวจข่าวลือล่าสุดทั้งหมดเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนเรือธงปี 2022 ของ Apple อย่าง iPhone 14 ในโลกโซเชียลและจากรายงานของนักวิเคราะห์หลายคน พบว่า iPhone 14 มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายน 2565 เช่นเดียวกับทุกปี โดยวันวางจำหน่ายโทรศัพท์จะถูกปล่อยออกมาหลังจากการประกาศเปิดตัวไม่นาน ซึ่งปกติจะปล่อยออกมาในวันศุกร์ถัดไป อ้างอิงจากวันวางจำหน่ายของ iPhone 13 เมื่อปีที่แล้ว

ในขณะที่มีข่าวลือเกี่ยวกับรุ่น iPhone 14 จากรายงานของนักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo ระบุว่า iPhone 14 lineup จะยังคงประกอบด้วย 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 14, iPhone 14 Pro, iPhone 14 Max และ iPhone 14 Pro Max นอกจากนี้ตามรายงานของ Nikkei Asian Review ยังได้กล่าวถึงขนาด iPhone 14 โดยรุ่นพื้นฐานจะมีขนาด 6.1 นิ้วเท่ากัน และรุ่น Pro Max จะมีขนาดเพิ่มขึ้นสูงสุด 6.7 นิ้ว อีกทั้งยังคาดการณ์ว่า Apple จะเลิกจำหน่ายโทรศัพท์ขนาดเล็กอย่าง iPhone Mini ในปี 2022

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, ในอาคาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

ในส่วนของการออกแบบดีไซน์หลังจากที่เราได้สำรวจข่าวลือล่าสุดทั้งหมด พบว่าข่าวลือที่นักวิเคราะห์ออกมาพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ ได้แก่ ไอโฟนรุ่นต่อไปของ Apple จะมีการออกแบบใหม่พร้อมจอแสดงผลแบบไร้รอยบาก, Touch ID อยู่ใต้จอแสดงผล, ใช้วัสดุไททาเนียมอัลลอยด์ที่ทนทานยิ่งขึ้น และตัวกันกระแทกของกล้องหลังที่หนาขึ้น

ข่าวลือใหญ่อีกหนึ่งอย่างที่เราเห็นก็คือการออกแบบกล้อง iPhone 14 โดย Kuo คาดการณ์ว่ากล้องหน้าแบบเจาะรูทำให้ iPhone 14 ไร้รอยบาก และกล้องหลังของรุ่น Pro และ Pro Max จะมีความละเอียดอยู่ที่ 48 ล้านพิกเซล ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 12 ล้านพิกเซลใน iPhone รุ่นก่อน ในขณะที่ Ross Young นักวิเคราะห์จอแสดงผลตั้งสมมติฐานว่า iPhone 14 Pro และ Pro Max จะมีการออกแบบรูปทรงรูเพื่อรองรับกล้องด้านหน้าและ Face ID 

รูปภาพประกอบด้วย พื้นผิว

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

ในส่วนของข่าวลือเกี่ยวกับราคา iPhone 14 จากการสำรวจราคา iPhone รุ่นก่อน ๆ พบว่า Apple ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงราคาสำหรับ iPhone 12 ปี 2020 และ iPhone 13 ปี 2021 มากนัก ดังนั้นโครงสร้างราคาที่มีอยู่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม Kuo คาดการณ์ว่าโทรศัพท์ระดับไฮเอนด์ 6.7 นิ้ว (iPhone 14 Pro Max) จะเปิดตัวในราคาไม่ต่ำกว่า 900 ดอลลาร์ (29,547 บาท) 

ข่าวลือเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะของ iPhone 14 และคุณสมบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้น

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

หลังจากที่เราได้สำรวจข่าวลือเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะของ iPhone 14 และคุณสมบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้น พบว่า iPhone 14 สามารถติดตั้ง Wi-Fi 6E ตามรายงานของ Kuo และคาดว่าจะใช้ชิป A16 ที่ได้รับการปรับปรุงจากชิป A15 ของ iPhone 13 ในขณะที่ iPhone 14 ทุกรุ่นอาจมีจอแสดงผล ProMotion ของ Apple ซึ่งปัจจุบันมีเพียงรุ่น iPhone 13 Pro และ Pro Max เท่านั้น โดย ProMotion จะช่วยเพิ่มอัตราการรีเฟรชของหน้าจอเพื่อประสิทธิภาพที่ราบรื่นยิ่งขึ้นถึง 120Hz อย่างไรก็ตาม Young คาดการณ์ว่า Apple จะนำเสนอจอภาพ ProMotion ให้กับรุ่น Pro เท่านั้น

Author

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

บาคาร่า

Categories
News

สุดยอดเกม 2022 จากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะวางจำหน่ายภายในปีนี้

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, ในอาคาร, บุคคล

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

เตรียมตัวพบกับความยิ่งใหญ่ของสุดยอดเกม 2022 จากบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของโลก หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วเกิดการแพร่ระบาดโควิด 19 ทำให้การเปิดตัวเกมของบริษัทเกมหลายบริษัทต้องหยุดชะงัก และหลาย ๆ เกมต้องเลื่อนการวางหน่ายออกไป แต่ในปี 2022 วงการเกมจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยการเริ่มต้นเดือนมกราคมด้วยการเปิดตัวเกม Pokemon Legends: Arceus เกมฟอร์มยักษ์ที่หลาย ๆ คนรอคอย และต่อจากนี้ก็จะมีเกมศักยภาพสูง ๆ ให้คุณได้ตั้งตารออย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี้บริษัทเกมยักษ์ใหญ่หลายบริษัทก็ได้ประกาศวันวางจำหน่ายเกมสำหรับ PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch ในปีนี้ ซึ่งจะมีเกมอะไรบ้างนั้น คุณสามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

เกม 2022 ที่จะวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้

รูปภาพประกอบด้วย บุคคล, มือ, โทรศัพท์มือถือ, ปิด

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของโลกได้เริ่มประกาศเปิดตัวเกม 2022 พร้อมวันวางจำหน่ายเกมสำหรับ PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมวิดีโอเกมทั่วโลกกำลังกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง โดยในปีนี้มีเกมน่าเล่นให้คุณได้ตั้งตารอมากมาย ซึ่งเกมเหล่านี้เป็นเกมพีซีฟอร์มยักษ์ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดก็ได้ประกาศเตรียมวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ และนี่คือรายชื่อเกมและวันที่วางจำหน่ายในปี 2022

Pokemon Legends: Arceus 

ที่มาของรูปภาพ

Pokemon Legends: Arceus เป็นเกม 2022 ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อ Nintendo Switch เป็นภาคต่อของ Pokemon Brilliant Diamond และ Shining Pearl ที่สำคัญได้ถูกพัฒนาโดย Game Freak สตูดิโอสร้างเกมโปเกมอนสายหลักทั้งหมดตั้งแต่สีแดงและสีน้ำเงิน เกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 28 มกราคมนี้

Rainbow Six Siege

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

Rainbow Six Siege เป็นเกม 2022 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่มีการเล่นและสตรีมมากที่สุดในโลก พัฒนาโดยบริษัทเกมของฝรั่งเศส Ubisoft ซึ่งตัวเกมจะให้คุณเล่นเกมร่วมกับทีมเพื่อจัดการกับผู้เล่นอื่นทางออนไลน์ เกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 20 มกราคมนี้

Sifu

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

Sifu เป็นเกม 2020 จากผู้พัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง Absolver ซึ่งเป็นเกมต่อสู้ที่มีเสน่ห์ด้วยการเล่นเกมที่ต้องใช้ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่เหมือนใคร โดยคุณเล่นเป็นนักเรียนกังฟูที่ต้องการล้างแค้นให้ครอบครัวด้วยการฆ่านักฆ่า 5 คน ซึ่งทุกครั้งที่คุณตาย คุณจะอายุมากขึ้นที่ละนิด แต่คุณจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

Elden Ring 

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

Elden Ring เป็นเกม 2022 ที่หลายคนรอคอยมากที่สุด สังเกตได้จากการเปิดตัวครั้งสำคัญโดย FromSoftware ผู้พัฒนา Dark Souls และเป็นเกม From Software เกมแรกที่รวมการตั้งค่าแบบ Open World เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นเกมในตำนานที่เขียนโดย George RR Martin เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีความยืดหยุ่นพอถึงจะผ่านมันไปได้ ซึ่งเกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 4 มีนาคมนี้
Gran Turismo 7

ที่มาของรูปภาพ

Gran Turismo 7 เป็นเกม 2022 ที่พัฒนาโดยบริษัทเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Polyphony Digital และจัดจำหน่ายโดยบริษัท Sony เป็นเกมแข่งขันแบบแข่งขันหรือเล่นกันสบาย ๆ ซึ่งเดิมทีเกมนี้จะเปิดตัวในปี 2012 แต่เจ้าของเกม ps5 ต้องการให้ภาพของตัวเกมขับรถนั้นสวยงาม และสมจริง อีกทั้งยังเกิดปัญหาอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง จึงทำให้เกมนี้ต้องเลื่อนมาวางจำหน่ายวันที่ 4 มีนาคมปีนี้

Forspoken

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, พื้น, กลางแจ้ง

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

Forspoken หรือที่รู้จักกันในชื่อ Project Athia เป็นเกม 2022 ที่กำลังพัฒนาสำหรับ PlayStation 5 โดยเกมนี้จะให้คุณเล่นเป็นหญิงสาวที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก แต่ต่อมาวันหนึ่งเธอก็พบว่าตัวเองถูกส่งไปยังดินแดนมหัศจรรย์ที่ห่างไกลและไม่รู้จัก ซึ่งดินแดนมหัศจรรย์นี้ถูกปกครองโดยกลุ่มที่มีชื่อว่า Tantas และคุณต้องใช้พลังที่ถูกค้นพบใหม่ของคุณนั้นเพื่อกอบกู้ดินแดนและหาทางกลับบ้าน เกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้

Starfield

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

Starfield เป็นเกม 2022 จาก Bethesda ผู้สร้าง Fallout และ The Elder Scrolls ซึ่งคุณสามารถใช้เวลามากกว่า 100 ชั่วโมงในการเล่นเกม โดยเนื้อเรื่องของเกมนี้จะให้คุณสร้างตัวละครและผจญภัยไปในอวกาศอย่างอิสระแบบไร้ขอบเขต เพื่อไขปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ซึ่งเกมนี้จะวางจำหน่ายวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ บน Xbox Series X|S และ PC เท่านั้นและจะเปิดตัวใน Game Pass

Author

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

สมัครบาคาร่า

Categories
News

สิ้นสุดการรอคอยมอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลกที่จะวางจำหน่ายในปี 2024

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ความหวังของมนุษย์ที่จะได้ใช้งานมอเตอร์ไซค์บินได้ใกล้จะเป็นความจริงแล้ว เพราะเมื่อไม่นานมานี้บริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกาอย่าง JETPACK AVIATION (JPA) ได้ประกาศความสำเร็จในการทดสอบบินรถจักรยานยนต์บินได้ต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยไอพ่นที่มีความเสถียรในตัวเอง โดยเรียกมอเตอร์ไซค์บินได้รุ่นนี้ว่า SPEEDER ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และปรับปรุงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง ALI TECHNOLOGIES ก็ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอสาธิตการบินของจักรยานยนต์โฮเวอร์ XTURISMO LIMITED EDITION มอเตอร์ไซค์บินได้ที่สามารถใช้งานได้จริงรุ่นแรกของโลก หลังจากที่วิดีโอจักรยานยนต์บินได้ XTURISMO ได้เผยแพร่สู่สายตาชาวโลกก็ต่างได้รับความสนใจอย่างมาก

การเปิดตัว SPEEDER มอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลกในปี 2024

เราเชื่อว่าหลายคนคงกำลังรอคอยการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลกกันใช่ไหมคะ? ซึ่งมอเตอร์ไซค์บินได้คันแรกของโลกที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในปี 2024 ก็คือ SPEEDER ที่ได้รับการอัปเกรดแล้วและคาดว่าจะได้รับการทดสอบเพิ่มเติมในต้นปี 2022 โดยบริษัท JPA ได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมมือกับ PROMETHEUS FUELS, INC. เพื่อใช้เชื้อเพลิงสุทธิคาร์บอนเป็นศูนย์ 100% ซึ่ง JPA ได้เริ่มประกาศให้ผู้บริโภคสั่งจองล่วงหน้าได้แล้วในราคาเปิดตัวที่ 380,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 12,557,480 บาท

รูปภาพประกอบด้วย บุคคล

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

มอเตอร์ไซค์บินได้ SPEEDER เป็นนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ใช้การเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์ควบคุมการบินของตนเองเพื่อตรวจสอบและควบคุมแรงขับเคลื่อน ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาถึง 18 เดือนจึงสำเร็จ ทำให้อุปกรณ์ควบคุมขณะบินมีเสถียรภาพโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ SPEEDER สามารถบินขึ้นและลงจอดในพื้นที่เดียวกันกับที่รถยนต์ใช้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งโปรแกรมให้บินและลงจอดได้ด้วยตนเอง 

เดิมทีการออกแบบ SPEEDER แบบดั้งเดิมมีกังหันทั้งหมด 4 ตัว แต่หลังจากการทดสอบขั้นสุดท้ายผู้พัฒนาก็ได้เพิ่มกังหันทั้งหมดเป็น 8 ตัว โดยแต่ละมุมของจักรยานยนต์จะมีกังหัน 2 ตัว เพื่อสำรองความปลอดภัยและเพิ่มพลังงานการบิน ทำให้ SPEEDER สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 600 ปอนด์ ซึ่งอัตราส่วนขนาดต่อน้ำหนักบรรทุกเช่นนี้ทำให้ SPEEDER แตกต่างจากยาน VTOL อื่น ๆ นอกจากนี้มอเตอร์ไซค์บินได้ SPEEDER ยังมีหน้าจอนำทางขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบควบคุมด้วยมือ และระบบวิทยุ

CEO ของบริษัท JPA อย่าง DAVID MAYMAN ได้กล่าวกับ ROBB REPORT ว่า “เราอาจจะมีมอเตอร์ไซค์บินรุ่น ULTRALIGHT (รุ่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตของนักบิน) ที่พร้อมให้ใช้งานภายใน 2 ปี และรุ่นทดลองภายใน 6 เดือน หลังจากนั้นมอเตอร์ไซค์บินรุ่นบางรุ่นอาจจะถูกจำกัดไว้ที่ 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (กฎ FAA) และเวลาบิน 15 นาที ในขณะที่รุ่นทดลองจะต้องมีใบอนุญาตนักบินขั้นพื้นฐานในการบิน โดยความเร็วของรุ่นนี้จะอยู่ที่ประมาณ 250 ไมล์ต่อชั่วโมง และใช้เวลาบินประมาณ 35 นาที”

ในอนาคตประโยชน์มอเตอร์ไซค์บินได้ของ JPA จะสามารถใช้งานเชิงพาณิชย์สำหรับหน่วยงานทหาร หน่วยงานกู้ภัย และองค์กรความปลอดภัยสาธารณะได้ โดยมอเตอร์ไซค์บินได้เวอร์ชันเชิงพาณิชย์นี้จะมีปีกที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มระยะและช่องเก็บของสำหรับเก็บสารหน่วงไฟ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ

XTURISMO มอเตอร์ไซค์บินได้ที่สามารถใช้งานได้จริง 

นอกจากนี้ยังมีมอเตอร์ไซค์บินได้อย่าง XTURISMO LIMITED EDITION หรือ HOVERBIKE ที่ถูกจัดแสดงในสนามแข่งรถฟูจิ ประเทศญี่ปุ่นและเริ่มเปิดให้จองได้แล้วตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2021 ซึ่งบริษัทจะผลิตมอเตอร์ไซค์บินได้ XTURISMO จำนวน 200 คันเท่านั้น ในราคา 77.7 ล้านเยน หรือประมาณ 22,431,811 บาท โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดตัวมอเตอร์ไซค์บินได้โฮเวอร์ไบค์รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2025 

รูปภาพประกอบด้วย ขนส่ง, อากาศยาน, เฮลิคอปเตอร์

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ที่มาของรูปภาพ

มอเตอร์ไซค์บินได้ XTURISMO ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าเครื่องยนต์สันดาปภายในใช้น้ำมันเบนซิน มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลกรัม ความยาว 3.7 เมตร กว้าง 2.4 เมตร และสูง 1.5 เมตร ตอนนี้สามารถนั่งได้แค่นักบินเท่านั้น ซึ่งตามที่บริษัทระบุ XTURISMO สามารถบินในอากาศได้ประมาณ 30-40 นาที ในขณะที่ความเร็วสูงสุดของโฮเวอร์ไบค์ยังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่ระหว่างการสาธิตพบว่ามีเวลาการบินอยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง และจะเริ่มส่งมอบชิ้นส่วนแรกของมอเตอร์ไซค์บินได้ในครึ่งแรกของปี 2022

Author

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

บาคาร่า

Categories
News

iPhone SE 3 ไอโฟนราคาถูกรุ่นต่อไปของ Apple ที่จะเปิดตัวในปี 2022

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, ในอาคาร, โทรศัพท์มือถือ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

เพิ่งเริมต้นปีใหม่แต่ดูเหมือนว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับวันที่วางจำหน่าย ราคา สเปค และอื่น ๆ ของ iPhone SE 3 แล้ว ซึ่งก่อนงาน CES 2022 งานโชว์เทคโนโลยีระดับโลก ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S21 FE ราคาไม่แพง ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนร้อนระอุด้วยข่าวลือว่า Apple จะทำอย่างไรเกี่ยวกับไอโฟนราคาถูกรุ่นต่อไปที่มีชื่อว่า iPhone SE 3 ซึ่งคาดว่ากำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ด้วยหน้าจอแสดงผล LCD และรองรับการเชื่อมต่อ 5G ในราคาประหยัด ทำให้เหล่าสาวก iPhone หลายคนต่างตั้งตารอดูดีไซน์และสเปคของ iPhone SE รุ่นต่อไป หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนรอคอยการเปิดตัว iPhone SE 3 ของ Apple เชิญทางนี้เพราะเราได้รวบรวมข่าวลือล่าสุดของ iPhone SE 3 มาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ

Apple อาจจะเปิดตัว iPhone SE 3 ในต้นปี 2022

ที่มาของรูปภาพ

เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานการวิจัยของนักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo จาก DigiTimes ที่คาดการณ์ว่า iPhone SE 3 มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวในครึ่งแรกของปี 2022 พร้อมการรองรับ 5G และอัปเดตชิป A14 Bionic ซึ่งก่อนหน้านี้ TrendForce ได้จำกัดการเปิดตัวของ iPhone SE 3 ให้แคบลงเป็นไตรมาสแรกของปีนี้ และ Mark Gurman จาก Bloomberg ได้คาดการณ์ไว้ว่า iPhone SE 3 จะเปิดตัวเดือนมีนาคมหรือเมษายนในปีนี้ ส่วนดีไซน์และสเปคของ iPhone SE 3 จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นจากข่าวลือหลาย ๆ แหล่งเราสามารถสรุปได้ ดังนี้

iPhone SE 3 อาจจะมี Face ID

ปัจจุบัน iPhone ของ Apple ทั้งหมดมี Face ID อยู่แล้ว ยกเว้นการรีบูต iPhone SE ของปีที่แล้ว ซึ่งการเพิ่มความสามารถในการปลดล็อก iPhone SE 3 ด้วยการจดจำใบหน้าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่สำหรับสาวก iPhone ระดับกลางของ Apple โดยเฉพาะการอัปเดต iOS 14.5 ที่ได้เพิ่มการใช้ Face ID ขณะสวมหน้ากากอนามัย 

ตามรายงานจาก James Rogerson ได้ระบุไว้ว่า Apple วางแผนที่จะนำระบบสแกนใบหน้าไปยังผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ใช่แค่ iPhone SE 3 เท่านั้นแต่รวมถึง iPads และ Mac ทั้งหมดด้วย

iPhone SE 3 อาจจะมีขนาดเท่ากับ iPhone SE 2

ในขณะที่สมาร์ทโฟนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ iPhone SE กลับกลายเป็นสินค้าขายดี เพราะมีขนาดที่เล็ก รวมถึงราคาและคุณสมบัติที่ผสมผสานกันอย่างยอดเยี่ยม ส่วน iPhone SE 3 ที่กำลังจะมาถึง ตามรายงานของ Kuo ระบุว่าจะมีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว เช่นเดียวกันกับ iPhone SE 2 ของปี 2020 และคาดว่า Apple อาจจะเปิดตัว iPhone SE 3 Plus อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการ iPhone ราคาประหยัด หรือชื่นชอบโทรศัพท์ขนาดกะทัดรัด iPhone SE ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

การออกแบบดีไซน์สำหรับ iPhone SE 3

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวลือว่า Apple จะเปลี่ยนโฉมใหม่สำหรับ iPhone SE 3 แต่จากรายงานของ Kuo ดูเหมือนว่า iPhone SE 3 จะมีดีไซน์ที่คล้ายกับ iPhone SE 2 ซึ่งอาจบ่งบอกได้ถึงการออกแบบดีไซน์แบบเดิมจะยังคงอยู่ต่อไป นั่นหมายความว่า iPhone SE 3 จะมีกรอบหนาด้านบนและด้านล่างอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงปุ่มโฮมก็อาจจะใช้ Touch ID เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่สัมผัสได้ยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ iPhone SE เวอร์ชันปี 2016 อย่างไรก็ตาม iPhone SE 3 ยังคงได้รับการออกแบบใหม่ ตามข่าวลือจากเว็บไซต์  MyDrivers ของจีน ซึ่งรายงานโดย Forbes ระบุไว้ว่า iPhone ราคาประหยัดรุ่นถัดไปของ Apple จะใช้ chassis ของ iPhone XR แทน iPhone 8

iPhone SE 3 จะได้หน้าจอแสดงผล LCD และการเชื่อมต่อ 5G

มีข่าวลือว่า Apple จะใช้หน้าจอแสดงผล LCD สำหรับ iPhone SE 3 ถึงแม้ว่าหน้าจอแสดงผล OLED จะมีสีสันสดใสกว่าหน้าจอแสดงผล LCD แต่จากรายงานโดย Kuo กล่าวว่า iPhone SE 3 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหน้าจอแสดงผล แต่จะมีการอัปเกรดที่เพิ่มขึ้นสำหรับสิ่งต่าง ๆ เช่น กล้อง การรองรับและโปรเซสเซอร์ 5G เป็นต้น

Author

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

สล็อต เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
News สอนใช้

แนะนำการตั้งค่า iOS 15 ที่จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, ในอาคาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำให้คุณต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS 15 ของ iPhone ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้ iPhone 13, iPhone 12, iPhone 11 หรือรุ่นเก่ากว่านี้ คุณก็สามารถปรับแต่งการตั้งค่า iOS 15 เพื่อทำให้สมาร์ทโฟนของคุณทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่า iPhone แต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แต่พวกมันก็สามารถใช้งานคุณสมบัติของ iOS 15 ได้เหมือนกันด้วยการอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS 15 บน iPhone ของคุณ และเพื่อให้คุณสามารถใช้งานฟีเจอร์บางประการของ iOS 15 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้รวบรวมการตั้งค่า iOS 15 ที่จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

ระบบปฏิบัติการ  iOS 15 คืออะไร?

ที่มาของรูปภาพ

ก่อนที่คุณจะไปเรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งค่า iOS 15 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน คุณรู้หรือไม่ว่าระบบปฏิบัติการ iOS 15 คืออะไร? iOS 15 คือ ระบบปฏิบัติการล่าสุดสำหรับ iPhone ของบริษัท Apple ที่พร้อมให้ใช้งานได้แล้ววันนี้ในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรี และมีคุณสมบัติอันชาญฉลาดใหม่ ๆ อีกมากมายที่จะช่วยทำให้ iPhone ของคุณทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้มากขึ้น iOS 15 มีอะไรบ้าง? ความจริงแล้ว iOS 15 ได้มีการอัปเดต FaceTime มีโหมดโฟกัสที่จะช่วยลดการรบกวน และมีคุณสมบัติใหม่ที่ไม่เคยมีในระบบปฏิบัติการ iOS มาก่อนอย่าง “ข้อความในรูปภาพ” หรือ Live Text ซึ่งใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์เพื่อดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาแสดง และอื่น ๆ อีกมากมาย  

การตั้งค่า iOS 15 ที่จะทำให้ iPhone ของคุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ที่มาของรูปภาพ

หาก iPhone ของคุณได้รับการอัปเดต iOS 15 เรียบร้อยแล้ว คุณอาจจะต้องการใช้ฟีเจอร์ยอดนิยมบางอย่างเช่น SharePlay ใน FaceTime หรือการจดจำข้อความในกล้องของคุณ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นจากการฟีเจอร์ iOS 15 ก็คือการตั้งค่าการทำงานของฟีเจอร์ ดังนั้นเราจะนำคุณไปเรียนรู้เกี่ยวกับการกำหนดการตั้งค่า iOS 15 เพื่อทำให้ iPhone ของคุณทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ดังนี้

  1. การแจ้งเตือนสายเรียกเข้าแบบเต็มหน้าจอ: เปลี่ยนการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าแบบเต็มหน้าจอที่ดึงดูดความสนใจ ทำให้คุณไม่เกือบการรับสายให้ไปที่  การตั้งค่า > โทรศัพท์ > สายเรียกเข้า  แล้วแตะที่ ‘เต็มหน้าจอ’
  2. ปิดการครอบคลุม 5G ที่คุณไม่ต้องการ: Apple มีคุณสมบัติ Smart Data เฉพาะสำหรับโทรศัพท์ 5G เท่านั้น (iPhone 12 และ iPhone 13) ซึ่งมันจะสลับระหว่างเครือข่าย 4G LTE และ 5G โดยอัตโนมัติ แต่สวิตช์อัตโนมัตินี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่หมดเร็ว หากคุณไม่ต้องการให้แบตหมดเร็วให้ปิดการเชื่อมต่อ 5G โดยการไปที่ การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล แล้วเลือก ‘LTE’ และคุณสามารถเปิด 5G อีกครั้งได้ทุกเมื่อที่ต้องการ หากคุณอยู่พื้นที่ที่ครอบคลุมสัญญาณ 5G
  3. ปลดล็อกโทรศัพท์ขณะสวมหน้ากากอนามัย: iPhone มีเทคโนโลยี Face ID ของ Apple ที่มีตัวเลือกให้คุณเปิดคุณสมบัติการปลดล็อกด้วยใบหน้า ทำให้การปลดล็อค iPhone ของคุณสะดวกสบายมากขึ้น หากคุณเป็นเจ้าของ Apple Watch ด้วยคุณจะสามารถปลดล็อกโทรศัพท์ขณะสวมหน้ากากอนามัยได้ เมื่ออุปกรณ์ทั้งสองได้รับการอัปเดต iOS 15 แล้ว โดยไปที่ การตั้งค่าบน iPhone > ตัวเลือก Face ID และใส่รหัสผ่าน > ส่วนปลดล็อกด้วย Apple Watch (คุณต้องเชื่อมต่อกับ Apple Watch เพื่อให้การตั้งค่าปรากฏ) 
  4. จัดระเบียบการแจ้งเตือนของคุณ: คุณสามารถจัดการกับการแจ้งเตือนใน iOS 15 ได้ด้วยคุณสมบัติสรุปการแจ้งเตือน โดยคุณสามารถกำหนดเวลาการแจ้งเตือนที่ไม่สำคัญในเวลาที่กำหนดของวันได้ เช่น การโทร ข้อความส่วนตัว และการแจ้งเตือนตามเวลาอื่น ๆ หากคุณต้องการลองใช้ให้ไปที่ การตั้งค่า > การแจ้งเตือน แล้วแตะที่ ‘กำหนดเวลาส่งสรุป’
  5. การตั้งค่าอีเมลหรือเว็บเบราว์เซอร์ที่คุณชื่นชอบให้เป็นค่าเริ่มต้น: เมื่อคุณแตะลิงก์หรือปุ่มสำหรับส่งอีเมล iPhone ของคุณจะเปิดเว็บเบราว์เซอร์หรือผู้ให้บริการอีเมลที่คุณเลือกโดยอัตโนมัติ แทนที่จะเป็น Safari หรือ Mail โดยการไปที่การตั้งค่า > เลือกแอปที่คุณต้องการตั้งเป็นค่าเริ่มต้น (เช่น Google Chrome, Outlook เป็นต้น) > ระบุว่า Default Mail App หรือ Default Browser App แล้วแตะที่ตัวเลือกนั้นและเลือกแอปที่คุณเลือกแทน Safari หรือ Mail 
  6. ตั้งค่าคุณสมบัติที่คุณสามารถใช้ได้เมื่อ iPhone ของคุณถูกล็อค: คุณสามารถเข้าถึงคุณสมบัติบางประการได้ ถึงแม้ iPhone ของคุณจะถูกล็อค โดยการไปที่ การตั้งค่า > Face ID & Passcode > ป้อนรหัสผ่าน > อนุญาตการเข้าถึงเมื่อถูกล็อค แล้วสลับแถบเลื่อนตามความต้องการของคุณ

Author

Suwanna Preebunpul

Suwanna Preebunpul

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

Contact >> Instagram, Facebook, Line

เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
News

ทำความรู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่จะพาคุณก้าวเข้าไปสู่โลกอนาคตอย่างแท้จริง

รถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า โดยรถยนต์ชนิดนี้จะใช้พลังงานไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันในการขับเคลื่อน ทำให้ผู้ใช้รถสมัยใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เริ่มหันมาใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น เนื่องจากมันใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ซึ่งความจริงแล้วรถยนต์ไฟฟ้า เป็นนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่หลาย ๆ ประเทศสามารถใช้งานได้แล้ว แต่ในไทยเพิ่งเริ่มเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2020 ซึ่งหลังจากการเปิดตัวก็ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าคึกคักเป็นอย่างมาก โดยสังเกตได้จากกระแสในโลกโซเชียลและบริษัทรถยนต์อันดับต้น ๆ ก็สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้ อีกทั้งยังมีสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่มมากขึ้น สำหรับที่กำลังสงสัยว่ารถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่ะ

รถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร?

หลังจากเกิดกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น หลายคนคงกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่ารถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รถยนต์ไฟฟ้า หรือเรียกสั้น ๆ ว่า EV ที่ย่อมาจาก Electric Vehicle เป็นนวัตกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน และสามารถชาร์จไฟได้เมื่อแบตเตอรี่หมด โดยการทำงานรถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มต้นจากแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง ต่อมาอุปกรณ์ตัวแปลงกระแสไฟฟ้าจะดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับและถูกส่งต่อไปที่ตัวมอเตอร์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนรถยนต์

และด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานไฟฟ้าจะมีราคาน้อยกว่าพลังงานเชื้อเพลิง โดยทั่วไปรถยนต์ไฟฟ้าจะใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีอายุการใช้งานยาวนานและสามารถเก็บพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญรถยนต์ชนิดนี้ไม่มีการปล่อยไอเสียจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ไฟฟ้า

ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า

โดยทั่วไปรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีหลายประเภท บางคันใช้พลังงานไฟฟ้า 100% หรือที่เรียกว่ารถยนต์ไฟฟ้าล้วนและบางรุ่นสามารถใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลได้ ซึ่งเรียกว่ารถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด และนี่คือประเภทรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบัน

  • รถยนต์ไฟฟ้าล้วน คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานไฟฟ้า 100% และได้รับพลังงานไฟฟ้าเมื่อเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลในการทำงาน จึงไม่ปล่อยมลพิษเหมือนรถยนต์ทั่วไป เช่น ORA Good Cat, MG EP, Lexus UX 300E และ Kia Soul EV เป็นต้น
รถยนต์ไฟฟ้า
  • รถยนต์ไฟฟ้าระบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก แต่มีเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแบบเดิม ดังนั้นรถยนต์ประเภทนี้จึงสามารถใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลได้หากแบตเตอรี่หมด เมื่อวิ่งด้วยเชื้อเพลิงจะปล่อยมลพิษ แต่เมื่อวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจะไม่ปล่อยมลพิษ สามารถเสียบปลั๊กไฮบริดเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้ เช่น Mercedes-Benz C-Class, Porsche Cayenne E-Hybrid และ Volvo XC40 Recharge Plug-in Hybrid T5 เป็นต้น
  • รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบบลูกผสม (Hybrid) ที่ใช้เชื้อเพลิง (น้ำมันเบนซินหรือดีเซล) และแบตเตอรี่ไฟฟ้าด้วย ผู้ใช้รถยนต์สามารถสลับไปมาระหว่างการใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงกับการใช้โหมด ‘EV’ ได้เพียงกดปุ่ม จึงมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์ปกติ และยังสามารถนำพลังงานกลที่เหลือหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่ได้ แต่ไม่มีช่องสำหรับเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้า เช่น Toyota Corolla Altis Hybrid, Toyota Camry Hybrid และ Honda Accord Hybrid เป็นต้น
  • รถยนต์ไฟฟ้า

    ในปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาถูกเริ่มต้นไม่ถึง 6 แสนบาท ไปจนถึงราคาแพง 6 ล้านกว่าบาทขึ้นไป ซึ่งในปี 2022 มีรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าซื้อหลายรุ่น เช่น FOMM One, MG EP, Volvo XC40 Recharge Pure Electric, Porsche Taycan และ Audi e-tron GT / RS e-tron GT เป็นต้น

    Suwanna Preebunpul

    Suwanna Preebunpul

    สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

    Contact >> Instagram, Facebook, Line

    sa gaming

    Categories
    News

    ทำความรู้จักกับสุดยอดเกม NFT ที่กำลังเป็นที่น่าสนใจสำหรับวงการวิดีโอเกมในปัจจุบัน

    เกม NFT

    ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าเกม NFT หรือเกมที่อยู่บนระบบบล็อกเชน กำลังเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในวงการวิดีโอเกมมากขึ้น โดยสังเกตได้จากการที่นักพัฒนาเกมหลายคนได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการพัฒนาเกมจำนวนมาก อีกทั้งสกุลเงินดิจิทัลสำหรับเกม NFT ใหม่กำลังเพิ่มขึ้นในการจัดอันดับสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากนักลงทุนหลายคนกำลังมองหาโอกาสใหม่ในการสร้างผลกำไร 

    การเล่นเกม NFT สามารถสร้างรายได้ ได้หรือไม่? แน่นอนว่าได้ค่ะ เพราะเกมที่อยู่บนระบบบล็อกเชนจะเชื่อมต่อกับระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFT หรือโทเค็นที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ เรียกง่าย ๆ ก็คือการเล่นเกม NFT ก็คือการหารายได้ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือ COPY เพิ่มเติมได้ แต่สินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้มีค่ามีราคาเหมือนกับสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะลงทุนในเกม NFT คุณควรจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกม NFT กันก่อน ซึ่งในบทความนี้เราก็จะพาคุณไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเกม NFT พร้อมกับแนะนำสุดยอดเกม NFT ที่น่าจับตามองในอนาคต

    ไขข้อสงสัยเกม NFT คืออะไร?

    คุณรู้หรือไม่? การเล่นเกม NFT ถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนในตลาด NFT ที่มีแนวโน้มการขับเคลื่อนที่จะเติบโตสูง เนื่องจากเกม NFT สามารถสร้างรายได้ให้กับนักพัฒนาเนื้อหาเกมได้ ในขณะที่ผู้เล่นสามารถรับ CRYPTOCURRENCIES ได้โดยการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาเกม 

    คุณคงกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่าเกม NFT คืออะไร? NFT GAME คือ เกมที่อยู่บนระบบบล็อกเชน โดยมีหลักการทำงานแบบเกม PLAY TO EARN เป็นรูปแบบเกมประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถสร้างรายได้ไปพร้อม ๆ กับการเล่นเกมไปด้วยบนระบบบล็อกเชน เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมเนื้อหาในเกมได้มากขึ้น เช่น สกิน ตัวละคร อาวุธ ดินแดนเสมือนจริง และอื่น ๆ อีกมากมาย 

    ผู้เล่นเกม NFT สามารถอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินในเกมผ่าน 3 วิธีเล่นเกม NFT หลัก ได้แก่ การสร้างตัวละครใหม่หรืออัพเกรดตัวละคร การซื้อสินค้าดิจิทัลในตลาดกลางหรือบุคคลที่สาม หรือการปลดล็อกและรับไอเท็มใหม่ในเกม ซึ่งมูลค่าของไอเท็มจะขึ้นอยู่กับการใช้งานและความหายาก

    ผู้เล่นที่เป็นเจ้าของไอเท็มในเกม มีโอกาสได้รับเงินจากการขายต่อไอเท็ม NFT ในตลาดรองให้กับผู้เล่นคนอื่น หรือสามารถโอนออกจากแพลตฟอร์มได้ นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถแปลงโทเค็นของตัวเองเป็นสกุลเงินอื่น ๆ สำหรับการแลกเปลี่ยนในประเทศที่กำลังพัฒนาได้ ซึ่งนี่อาจเป็นแหล่งรายได้สำหรับผู้ที่เล่นเกม NFT ที่ต้องการหารายได้ใหม่ ๆ 

    NFT เป็นโทเค็นดิจิทัลที่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ ซึ่งถูกกำหนดสินทรัพย์ให้เป็นสินทรัพย์ดั้งเดิม ไม่ซ้ำใคร หายาก และไม่สามารถทำซ้ำได้ ซึ่ง NFT ใช้บัญชีแยกประเภท BLOCKCHAIN เพื่อตรวจสอบการสะสมทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ซ้ำใคร นี่จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำงานของเกม NFT โดยนักพัฒนาเกมจะใช้สัญญาอัจฉริยะที่กำหนดวิธีการทำงานของ NFT ภายในเกม ซึ่งสัญญาจะถูกเก็บไว้ในบล็อกเชน ถึงแม้รายการจะมีการแลกเปลี่ยนราวกับว่าเป็นสินทรัพย์ทางกายภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกธุรกรรมจะถูกบันทึกในบล็อกเชนทั้งสิ้น

    ข้อดีและข้อเสียของเกม NFT ที่ผู้ลงทุนควรรู้

    ความจริงแล้ว เกม NFT เป็นระบบเศรษฐกิจเสมือนจริงครั้งแรกที่มีอยู่ในวงการวิดีโอเกม ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีเกม NFT น่าเล่นมากมาย แต่การเกม NFT อาจจะไม่เหมือนกับการเล่นเกมแบบปกติที่อยากเล่นอะไรก็เล่น เพราะการเล่นเกม NFT ก็เปรียบเสมือนการลงทุนรูปแบบใหม่ที่ต้องคำนึงถึงเงินทุน และปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้คุณขาดทุนและช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย

    ข้อดีของเกม NFT

    อย่างที่เราทราบกันดี เกม NFT ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFT หรือโทเค็นที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือคัดลอกได้อย่างไม่มีกำหนด โดยแต่ละรายการมีความเกี่ยวข้องกับค่าที่แตกต่างกัน และแต่ละตัวจะมีอยู่ในบัญชีแยกประเภทดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งข้อดีของเกม NFT ก็คือทำให้คุณมีโอกาสในการสร้างกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลในขณะเล่นเกม และงานศิลปะดิจิทัลในเกมก็ยังสามารถสร้างรายได้ ได้เช่นกัน เช่น มีมต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตก็เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล 

    โดยคุณสามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของเกมได้ทุกเมื่อในราคาที่ยุติธรรม ผู้ซื้อจะกลายเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นหลังจากการโอนสิทธิความเป็นเจ้าของ และธุรกรรมจะถูกบันทึกไว้ในบล็อกเชน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกรรมทุกอย่างมีความโปร่งใสอย่างสมบูรณ์และสามารถตรวจสอบได้โดยนักสำรวจบล็อคเชน

    ของสะสมในเกม NFT สามารถกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยการสร้างสิ่งที่เทียบเท่าดิจิทัลและแสดงด้วยโทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ นั่นหมายความว่าสินทรัพย์ดิจิทัลในเกมนั้นปลอดภัย เพราะมันไม่สามารถทำซ้ำได้ ดังนั้นคุณจึงถือเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างแท้จริง และสามารถสร้างรายได้จากไอเท็มในเกม NFT ได้ แต่การลงทุนในเกม NFT นั้นจะลงทุนน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับตัวเกมนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ของสะสมดิจิทัล “CRYPTOPUNK #3100” ขายครั้งแรกในปี 2560 ราคา 2,127 ดอลลาร์ แต่เมื่อขายให้กับนักสะสมรายอื่นในปี 2564 ผู้ขายจะสามารถทำเงินได้มากกว่า 7.5 ล้านดอลลาร์

    ข้อเสียของเกม NFT

    ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความนิยมและความกังวลของเกม NFT คือข้อเสียที่หลายคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากความนิยมในการซื้อสินทรัพย์ที่สร้างโดย NFT ในปัจจุบันทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเปรียบเทียบกับปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างปรากฏการณ์ฟองสบู่ที่อาจจะเกิดขึ้นในการลงทุน NFT อย่างไรก็ตาม โทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้หลายตัวได้พิสูจน์คุณค่าและศักยภาพในการเติบโตแล้ว แต่การลงทุนใน NFTก็ยังมีขอบเขตสำหรับการเก็งกำไรที่มากเกินไป 

    นอกจากนี้ข้อเสียที่โดดเด่นของ NFT คือเทคโนโลยีบล็อกเชนมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก เช่น เว็บ NIFTY GATEWAY และเหรียญ SUPERRARE ที่ใช้ CRYPTOCURRENCY ETHEREUM เหมือนกับสกุลเงินดิจิทัลหลัก ๆ ส่วนใหญ่สร้างขึ้นบนระบบที่เรียกว่า “PROOF OF WORK” ซึ่งต้องใช้พลังงานจำนวนมาก นั่นคือการถอดรหัสคอมพิวเตอร์ โดยใช้คอมพิวเตอร์หลายพันเครื่อง ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ อันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเช่น ปัญหาโลกร้อน

    สุดยอดเกม NFT ที่น่าจับตามองสำหรับการลงทุนในอนาคต

    นับตั้งแต่มีการแนะนำเกม NFT ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ NFT ในการเปลี่ยนแปลงวงการเกมมากขึ้น สังเกตได้จากจำนวนเกม NFT ในปัจจุบันที่มีเพิ่มมากขึ้น และเกม NFT ยอดนิยมหลายเกมมีราคาและจำนวนผู้เล่นพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าเกม NFT ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้มีอะไรบ้าง

    โชคดีที่วันนี้เราก็ได้รวบรวมรายชื่อเกม NFT ที่ดีที่สุดของปี 2021และคาดว่ามีแนวโน้นที่จะสามารถทำเงินให้คุณได้ในอนาคต ซึ่งเกมเหล่านี้มีทั้งความสนุกสนานและสามารถค้าขายตัวละครในเกมกับผู้เล่นอื่น ๆ ได้ นอกจากยังมีเกม NFT ฟรีอีกหลายเกมที่ให้คุณเล่นเพื่อรับรางวัล และนี่คือรายชื่อสุดยอดเกม NFT ที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับการลงทุนในอนาคต

    AXIE INFINITY 

    เริ่มต้นกันที่เกม NFT ที่มีลักษณะเหมือนกับ POKEMON โดยมีชื่อเรียกว่า AXIE INFINITY เป็นเกมออนไลน์บนระบบบล็อกเชน ETHEREUM อันดับต้น ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการเริ่มต้นเล่นเกมผู้เล่นต้องมี AXIES อย่างน้อย 3 ตัว สำหรับทำแต่ละภารกิจและเพื่อใช้ในการต่อสู้กับ AXIES ของผู้เล่นคนอื่น ๆ

    ซึ่ง AXIES ก็คือสัตว์เลี้ยงดิจิทัลที่ใช้รูปแบบการทำงานเช่นเดียวกับ NFT ผู้เล่นต้องพยายามอัพเลเวล AXIES เพื่อรับของรางวัลที่สูงขึ้น โดยการต่อสู้ ออกผจญภัย และเพาะพันธุ์ AXIES ซึ่งแน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงดิจิทัลเหล่านี้สามารถนำไปแลกเปลี่ยนได้ในตลาดซื้อขาย ETHEREUM NFT และราคาของแต่ละชนิดจะขึ้นอยู่กับความหายากและลักษณะเฉพาะของพวกมัน

    BATTLE OF GUARDIANS (BOG)

    อีกหนึ่งเกม NFT ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า BATTLE OF GUARDIANS (BOG) เป็นเกมต่อสู้แบบผู้เล่นหลายคนในบล็อกเชนแบบเรียลไทม์ที่พัฒนาขึ้นบน UNREAL ENGINE เกมนี้เป็นเกมต่อสู้ขั้นสูงที่ใช้เครือข่าย SOLANA โดยผู้เล่นต้องต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อรับรางวัลเพิ่มเติม ผู้เล่นสามารถมีส่วนร่วมในการต่อสู้แบบหลายอาณาจักรในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลกเกม SCIFI ปัจจุบันเกม BOG ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมบน PC เท่านั้น แต่ในอนาคตเกมนี้จะรองรับผู้เล่นหลายคนข้ามแพลตฟอร์มบนระบบ IOS และ ANDROID

    เกม BOG มุ่งมั่นที่จะสร้างเศรษฐกิจเกมที่ปลอดภัยด้วยศักยภาพในระยะยาว พร้อมกับสร้างประสบการณ์ METAVERSE ที่สนุกสนานด้วยกราฟิกที่น่าทึ่ง NFT ที่ไม่ซ้ำใคร และโอกาสมากมายในการรับผลกำไรที่แท้จริง ซึ่งจากการสำรวจตลาดเกมทั่วโลกตอนนี้มีมูลค่ามากกว่า 9,996,000,000 บาท ในขณะที่ตลาดเกม NFT มีส่วนร่วมน้อยกว่า 10% โดยเฉพาะเกมต่อสู้ NFT ที่มีศักยภาพมากขึ้น

    GODS UNCHAINED

    มาต่อกันที่อีกหนึ่งเกม NFT ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า GODS UNCHAINED เป็นเกมการ์ดแนววางกลยุทธ์ในรูปแบบ FREE-TO-PLAY ที่สร้างขึ้นบน ETHEREUM เหมาะกับสายฟรีที่ไม่ต้องลงทุนและต้องการเล่นเกมเพื่อหารายได้ GODS UNCHAINED ถือเป็นตัวเลือกที่ดี โดยเกมนี้ผู้เล่นสามารถสร้างสำรับและครอบครองการ์ด หรือไอเท็มต่าง ๆ ได้ผ่าน ERC-721 หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ NFT เนื่องจากการ์ดเป็นทรัพย์สินที่ตรวจสอบได้ใน ETHEREUM ผู้เล่นทุกคนจึงเป็นเจ้าของทรัพย์สินของตนได้อย่างแท้จริง

    เกม GODS UNCHAINED มีลักษณะคล้ายกับเกมซื้อขายการ์ดแบบดั้งเดิมแต่มีวิธีแลกเปลี่ยนการ์ดที่มากกว่าที่เคยมีมา และด้วยคุณสมบัติในเกมที่ยอดเยี่ยมและแอนิเมชั่นที่ซับซ้อน ทำให้เกมนี้มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ในครึ่งเดือนตามประกาศบนเว็บไซต์ทางการ และทำให้ GODS UNCHAINED กลายเป็นผู้ให้บริการเกมซื้อขายการ์ดชั้นนำที่ทำงานบน IMMUTABLE X โปรโตคอลแบบ ZERO-KNOWLEDGE ROLLUP (ZK-ROLLUP) ที่ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมาก

    SPLINTERLANDS

    อีกหนึ่งเกม NFT ที่มีชื่อเรียกว่า SPLINTERLANDS เป็นเกมการ์ดที่ผู้เล่นสามารถเล่นได้ฟรี เช่นเดียวกับ GODS UNCHAINED โดยผู้เล่นจะได้รับรางวัลเมื่อผู้เล่นชนะการจับคู่การ์ด การเริ่มเล่นเกม SPLINTERLANDS ผู้เล่นต้องซื้อการ์ดแพ็คเริ่มต้น แล้วลงทะเบียนบัญชี STEEM ในบางกรณีผู้เล่นต้องเปิดเผยการ์ดที่ซื้อไว้ ผู้เล่นอาจจะโชคดีหากเปิดพบการ์ดหายากในการ์ดชุดแรกที่ซื้อ 

    นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถค้นหาการ์ดประเภทเดียวกันได้หลายแบบ และสามารถรวบรวมการ์ดที่เหมือนกันเพื่อเพิ่มพลังหรือขายการ์ดหนึ่งในนั้นเพื่อแลกกับ CRYPTOCURRENCIES ได้ เมื่อผู้เล่นได้ทำความคุ้นเคยกับการ์ดแล้ว ผู้เล่นก็จะสามารถดำเนินการต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นหรือเข้าร่วมในภารกิจได้ง่ายขึ้น และผลของกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะได้รับการ์ดเพิ่มหรือไม่

    THE SANDBOX 3D

    มาต่อกันที่เกม NFT ที่มีชื่อเรียกว่า THE SANDBOX 3D เป็นเกมยอดฮิตบนมือถือที่ผู้เล่นสามารถสร้างและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์เสมือนได้ เกมนี้มีลักษณะคล้ายกับเกม MINECRAFT แบบสามมิติเหมือนเกมในสมัยก่อน แต่ความพิเศษของเกม THE SANDBOX คือการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ประโยชน์ ในเกมนี้ผู้เล่นสามารถจัดการและสร้างรายได้จากเนื้อหา VOXEL สามมิติในเกมได้  

    SANDBOX 3D ได้เปิดตัว SAND ซึ่งเป็นโทเค็น ERC-20 แบบดั้งเดิมของ METAVERSE ทำให้ผู้เล่นสามารถซื้อไอเท็มในเกมได้ในตลาดซื้อขายของแพลตฟอร์ม ไอเท็มในเกม THE SANDBOX จะไม่มีโอกาสซ้ำกันได้อีกเนื่องจากว่ามันรันอยู่บน BLOCKCHAIN และใช้ฟีเจอร์ ERC-721 ทำให้ผู้เล่นสามารถนำไอเท็มในเกมไปขายแลกเป็นเหรียญคริปโตก่อนนำไปแลกเป็นเงินจริงได้

    BATTLE RACERS

    นี่คือเกม NFT ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมยอดนิยมอย่าง SUPER MARIO KART และ F-ZERO ที่มีชื่อเรียกว่า BATTLE RACERS เป็นเกมที่ผู้เล่นต้องรวบรวมอาวุธและชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุด โดยผู้เล่นต้องผสมผสานชิ้นส่วนและอาวุธต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้รถของคุณได้เปรียบบนสนามแข่งขนาดเท่าอาร์เคด หากผู้เล่นสามารถชนะหรือได้รับรางวัลบนบล็อกเชนเป็น NFT ผู้เล่นก็สามารถนำไปขายเป็นสกุลเงินดิจิทัลบน OPENSEA ได้ 

    ผู้เล่นแต่ละคนต้องพยายามสร้างสุดยอดรถด้วยทักษะและสถิติที่แตกต่างกัน โดยผู้เล่นสามารถเลือกควบคุมความเร็วหรือใช้อาวุธ พร้อมกับป้องกันการโดนยิงจากผู้เล่นคนอื่น เพื่อจะได้รับชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ ปัจจุบันเกมนี้สามารถเล่นได้บน DECENTRALAND ซึ่งเป็นโลกเสมือนจริงบนบล็อกเชน

    GUILD OF GUARDIANS

    มาต่อกันที่เกม NFT แนวผจญภัยอย่างเกม GUILD OF GUARDIANS เป็นเกมออนไลน์สนุก ๆ ที่ผู้เล่นต้องสวมบทบาทในธีมแฟนตาซีที่มีรูปแบบเป็นการสร้างทีมฮีโร่ เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จใน DUNGEON กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ในรูปแบบของ MULTIPLAYER และรับสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งสิ่งของที่รวบรวมมาได้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างไอเท็มในเกมได้ 

    ผู้เล่นสามารถนำไอเท็มเหล่านั้นมาซื้อขายกันได้บนแพลตฟอร์มในรูปแบบของ NFT อย่างไรก็ตาม เกมนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ซึ่งในขณะนี้ NFT ของผู้ก่อตั้งกำลังลดราคาอยู่และมีกำหนดเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในไตรมาสที่ 2 ในปี 2022 โดยมีผู้สนับสนุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลัง จึงเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าสนใจและน่าจับตามองในอนาคต

    NEON DISTRICT

    อีกหนึ่งเกม NFT ที่ดีที่สุดของเกม RPG ที่มีชื่อเรียกว่า NEON DISTRICT เป็นเกมสวมบทบาท (RPG) ตัวละครในเกม และการสะสมทรัพย์สิน โดยไอเท็มในเกมและตัวละครที่นำเสนอบน NEON DISTRICT คือ NFT ด้วยเหตุนี้ ไอเท็มในเกมนี้จึงเป็นของสะสมดิจิทัลที่อยู่บนบล็อกเชนและผู้เล่นสามารถสร้างรายได้จากการเข้าร่วมในเกมโดยการขายทรัพย์สินที่ได้รับหรือซื้อในเกมให้กับผู้เล่นรายอื่น

    เป้าหมายของเกม NEON DISTRICT คือการสร้างทีมและแข่งขันกับผู้เล่นคนอื่นในการทำภารกิจหรือการต่อสู้แบบเรียลไทม์ เป็นโหมดเกมการแข่งขันแบบผู้เล่นหลายคน โดย NEON PIZZA จะเสนอผู้เล่นให้แข่งขันกันเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับโทเค็นดั้งเดิมของแพลตฟอร์ม เช่น NEON เกียร์ ชิ้นส่วน และอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม NEON ถูกกำหนดให้เป็นรายได้ที่สามารถใช้ซื้อตัวละคร อาวุธ ชิ้นส่วน ชุดเกราะ น้ำผลไม้ และไอเท็มในเกมอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการอัพเกรดตัวละคร

    ILLUVIUM

    มาต่อกันที่เกม NFT ที่มีชื่อเรียกว่า ILLUVIUM เป็นเกมแนวเกมผจญภัย RPG แบบโอเพ่นเวิลด์ที่สร้างขึ้นบน ETHEREUM BLOCKCHAIN มาพร้อมกับโครงสร้างการเล่นเกมเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งผู้เล่นเกมนี้สามารถรับรางวัลในเกมได้ ด้วยการผสานรวมกับ IMMUTABLE X ทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ใหม่ ๆ จาก NFT โดย ILLUVIALS NFT แต่ละตัวจะมีคุณสมบัติและระดับความหายากที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เกม ILLUVIUM กําลังจะเปิดตัวสู่สาธารณะในปี 2022 

    GOLD FEVER

    สุดท้ายเกม NFT ที่น่าจับตามองให้อนาคตที่มีชื่อเรียกว่า GOLD FEVER เป็นเกมเอาตัวรอดในป่า โดยผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครและต้องพยายามเอาชนะผู้เล่นคนอื่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขุดทองในรูปแบบของโทเค็นดั้งเดิมของเกมคือ NGL นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถสะสมไอเท็มพื้นฐานจาก NFT ได้ เช่น เสื้อผ้า อาวุธ และอุปกรณ์อื่น ๆ คล้ายกับการทำงานของเกม NFT ส่วนใหญ่ โดยไอเท็มส่วนใหญ่ในเกมสามารถซื้อขายได้ในตลาดกลาง ดังนั้น ผู้เล่นจึงสามารถสร้างรายได้จากการรับ NGL เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัลในตลาดกลาง NFT ได้

    บทสรุป 

    จากข้อมูลของเกม NFT ที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นจะเห็นได้ว่า NFT ถือเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเกมในปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกม NFT ที่น่าจับตามองสำหรับการลงทุนที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นล้วนเป็นเกมที่ให้ทั้งความบันเทิงและให้ผลกำไรค่อนข้างสูงแก่ผู้เล่น ทำให้ผู้เล่นเกมเพลิดเพลินไปกับแนวเกมที่พวกเขาชื่นชอบ ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างรายได้ในตลาด NFT อีกด้วย 

    จากรายการเกม NFT ข้างต้นจะสังเกตเห็นว่าเกมเข้ารหัส NFT ส่วนใหญ่มักจะนำเอาแนวเกมยอดนิยมมาใช้ ถึงแม้ว่าจะมีการรวมเข้ากับองค์ประกอบของบล็อกเชน แต่มันกลับยิ่งสร้างความหายากและความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ เกม NFT จึงเล่นได้ไม่ยาก ทำให้ผู้เล่นได้รับความสนุกสนานและมีโอกาสได้รับรางวัลสูง เช่นในกรณีของ AXIE INFINITY ซึ่งผู้เล่นบางคนสามารถสร้างกำไรได้อย่างเหมาะสม

    วิดีโอเกม NFT เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่และมีผู้คนจำนวนมากต่างให้ความสนใจ ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่มาจากผลตอบแทนที่ดีและปลอดภัยในโลกแห่งความเป็นจริง ความขาดแคลน การเป็นเจ้าของที่พิสูจน์ได้ และความสามารถในการโอนทรัพย์สินไปยังผู้เล่นรายอื่น ยิ่งทำให้เกม NFT เป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ 

    และด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่มีศักยภาพมหาศาลจึงทำให้สกุลเงินดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเกมมากขึ้น โดยมีเกม NFT อีกมากมายที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในปี 2564 และมีบางเกมที่คาดว่าจะเปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2565 ดังนั้นใครที่รอการเปิดตัวเกมใหม่ ๆ หรือกำลังคิดที่จะลงทุนกับการเล่นเกม NFT เราขอแนะนำรายการเกมที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น รับรองได้เลยว่าเกมเหล่านี้จะช่วยทำเงินให้คุณในอนาคตได้อย่างแน่นอน 

    Suwanna Preebunpul

    SUWANNA PREEBUNPUL

    สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGRAPHIC DESIGN ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

    CONTACT >> INSTAGRAM, FACEBOOK, LINE

    เว็บพนันออนไลน์ ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา

    Categories
    News

    แนะนำ 15 โทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 โดดเด่นด้วยฟีเจอร์แบบจัดเต็ม ครบจบในเครื่องเดียว

    โทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022

    ในปัจจุบันเทคโนโลยีที่ความก้าวหน้าและเข้ามามีบทบาทให้ชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ทำให้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตของทุกคนไปแล้ว และสำหรับใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 เชิญทางนี้เลยค่ะ เพราะวันนี้เราได้รวบรวม 15 โทรศัพท์มือถือน่าใช้มาแนะนำทุกคน ขอบอกเลยว่าโทรศัพท์ทุกรุ่นที่เราได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้ล้วนเป็นสุดยอดโทรศัพท์มือถือของปี 2022 ที่โดดเด่นเรื่องฟีเจอร์แบบจัดเต็ม และอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนที่ดีเรียกได้ว่าครบจบในเครื่องเดียว! ซึ่งจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนบ้าง? ติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

    โทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022

    15 โทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ฟีเจอร์จัดเต็ม ครบจบในเครื่องเดียว

    ทุกวันนี้บริษัทเทคโนโลยีมากมายต่างพากันเปิดตัวโทรศัพท์มือถือมากมายหลายรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่ามีโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 รุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง? ซึ่งแน่นอนว่าภายในปี 2022 ได้มีมือถือออกใหม่หลายรุ่นจากหลาย ๆ แบรนด์ โดยแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป 

    เราเชื่อว่ามือถือที่ดีควรใช้งานได้นานหลายปี กล้องมีคุณภาพ มีหน้าจอแสดงผลที่ยอดเยี่ยม อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และความเร็วเพียงพอต่อการเล่น SOCIAL NETWORK และเล่นเกมที่คุณต้องการ แต่จะมีมือถือรุ่นไหนดีที่สุด? มาไขข้อสงสัยนี้ไปพร้อม ๆ กันกับ 15 โทรศัพท์มือถือน่าใช้ ประจำปี 2022 ที่อัดแน่นไปฟีเจอร์และคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนที่ดีที่คุ้มค่าต่อการใช้งานของคุณแน่นอนค่ะ

    SAMSUNG GALAXY S21 ULTRA

    SAMSUNG GALAXY S21 ULTRA

    แบรนด์ / รุ่น: 

    SAMSUNG GALAXY S21 ULTRA

    ขนาด: 

    165.1 X 75.6 X 8.9 มม. 

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 11

    แรม: 

    12GB / 16GB

    แบตเตอรี่:

    5,000MAH 

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    39,900 บาท

    จุดเด่น: 

    • ระบบกล้องยอดเยี่ยม
    • การออกแบบที่สวยงาม
    • อายุการใช้แบตเตอรี่งานยาวนาน

    ข้อเสีย: 

    • ไม่มีช่องเสียบการ์ด MICROSD

    หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ SAMSUNG GALAXY S21 ULTRA สมาร์ทโฟนจาก SAMSUNG แบรนด์ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่ง GALAXY S21 ULTRA เป็นอีกหนึ่งมือถือน่าใช้ 2022 ราคาไม่เกิน 15000 ที่คุ้มค่าต่อการใช้งานอย่างมากถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีคุณภาพกล้องที่ยอดเยี่ยมด้วยการซูม 100 เท่า อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน การออกแบบที่น่าทึ่ง และสุดยอดคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมายที่มาพร้อมกับอัตราการรีเฟรชแบบปรับได้ 120HZ และความละเอียด QUAD HD 

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG 

    IPHONE 13 PRO / IPHONE 13 PRO MAX

    IPHONE 13 PRO / IPHONE 13 PRO MAX

    แบรนด์ / รุ่น: 

    APPLE IPHONE 13 PRO / IPHONE 13 PRO MAX

    ขนาด: 

    • 146.7 มม. X 71.5 มม. X 7.7 มม. (13 PRO)
    • 160.8 มม. X 78.1 มม. X 7.7 มม. (13 PRO MAX)

    ระบบปฏิบัติการ:

    IOS 15

    แรม: 

    6GB

    แบตเตอรี่:

    3,095MAH (13 PRO) / 4,352MAH (13 PRO MAX)

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    38,900 บาท (13 PRO) / 42,900 บาท (13 PRO MAX)

    จุดเด่น: 

    • มีฟีเจอร์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า IPHONE รุ่นอื่น ๆ
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
    • รูปภาพคมชัด

    ข้อเสีย: 

    • กล้อง SELFIE ไม่ได้รับอัปเดต
    • CINEMATIC MODE ไม่ได้เหมาะกับรุ่นโปร

    หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 จากแบรนด์ชื่อดังระดับโลกอย่าง APPLE หลายคนคงจะนึกถึง IPHONE 13 PRO และ IPHONE 13 PRO MAX เป็นโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวเมื่อปี2020 โดยมีคุณสมบัติที่เหลือกว่า IPHONE รุ่นอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับการปรับปรุงกล้องใหม่ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือก IPHONE 13 PRO ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว หรือ IPHONE 13 PRO MAX ขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว คุณก็จะได้หน้าจอ OLED ที่คมชัดด้วยอัตราการรีเฟรช 120HZ ทำให้รูปภาพโดยรวมคมชัดมากยิ่งขึ้น

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: APPLE

    SAMSUNG GALAXY S21 / S21 PLUS

    SAMSUNG GALAXY S21 / S21 PLUS 

    แบรนด์ / รุ่น: 

    SAMSUNG GALAXY S21 / S21 PLUS 

    ขนาด: 

    • 151.7 X 71.2 X 7.9 มม. (S21)
    • 161.5 X 75.6 X 7.8 มม. (S21 PLUS)

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 11

    แรม: 

    8GB

    แบตเตอรี่:

    4,000MAH (S21) / 4,800MAH (S21 PLUS)

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    27,900 บาท (S21) / 33,900 บาท (S21 PLUS)

    จุดเด่น: 

    • ราคาถูกกว่า GALAXY S20
    • การถ่ายภาพแบบ SNAP SHOT

    ข้อเสีย: 

    • ไม่รองรับ MICROSD
    • หน้าจอยังไม่ได้ถือว่าดีที่สุด

    หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่ถูกและดี หลายคนคงนึกถึง SAMSUNG GALAXY S21และ S21 PLUS เป็นอีกหนึ่งโทรศัพท์ที่ดีที่สุดของ SAMSUNG เป็นสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบในหลาย ๆ ด้าน ด้วยฟีเจอร์ที่น่าทึ่งผสมผสานกับสเปคที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการออกแบบที่ดูทันสมัย โดย GALAXY S21 และ S21 PLUS ใช้หน้าจอ FULL HD ส่วนกล้องของ GALAXY S21 นั้นเหมือนกับ GALAXY S20 เพียงแค่ปรับแต่งซอฟต์แวร์บางอย่างที่ทำให้การสัมผัสนั้นดีขึ้น แต่หากคุณต้องการหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและแบตเตอรี่ที่ดีกว่า แนะนำให้เลือกซื้อรุ่น S21 PLUS 

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG

    IPHONE 13

    IPHONE 13

    แบรนด์ / รุ่น: 

    APPLE IPHONE 13 

    ขนาด: 

    146.7 X 71.5 X 7.7 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    IOS 15

    แรม: 

    4GB

    แบตเตอรี่:

    อายุการใช้งานสูงสุด 19 ชั่วโมง

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    25,900 บาท

    จุดเด่น: 

    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า IPHONE รุ่นก่อน ๆ
    • คุณภาพกล้องทำงานได้ดี

    ข้อเสีย: 

    • เปลี่ยนแปลงการออกแบบเล็กน้อย
    • ไม่มีหน้าจออัตราการรีเฟรช 120HZ
    • ไม่มีกล้องเลนส์เทเลโฟโต้

    IPHONE 13 เป็นอีกหนึ่งโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 จาก APPLE ที่อาจจะไม่ได้ถูกอัปเกรดเท่า PHONE 13 PRO แต่ IPHONE 13 ก็ยังมีฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมากมายและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่งเช่นกัน ด้วยจอแสดงผล OLED ขนาด 6.1 นิ้วที่สว่างและคมชัด กล้องหลักและมุมกล้องกว้างพิเศษทำงานได้ดี มีพิกเซลที่ใหญ่กว่า IPHONE 12 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: APPLE

    ONEPLUS 9 PRO

    ONEPLUS 9 PRO

    แบรนด์ / รุ่น: 

    ONEPLUS 9 PRO

    ขนาด: 

    163.2 X 73.6 X 8.7 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 11

    แรม: 

    8GB / 12GB

    แบตเตอรี่:

    4,500MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    22,500 บาท 

    จุดเด่น: 

    • โทรศัพท์กล้อง ONEPLUS ที่ดีที่สุด
    • อัตราการรีเฟรชเป็น 120HZ

    ข้อเสีย: 

    • ราคาแพง เมื่อเทียบกับ ONEPLUS รุ่นอื่น ๆ 
    • ไม่รองรับ MICROSD

    หากคุณกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่มีคุณภาพกล้องเทียบเท่ากับโทรศัพท์มือถือชั้นนำอื่น ๆ เราขอแนะนำ ONEPLUS 9 PRO เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจอแสดงผลที่ยอดเยี่ยม และคุณสมบัติส่วนใหญ่ที่น่าทึ่ง ด้วยหน้าจอขนาด 6.7 นิ้วที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับคุณได้มากกว่า IPHONE บางรุ่น เพราะมี ‘FLUID DISPLAY’ ที่ตั้งค่าอัตราการรีเฟรชเป็น 120HZ ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้การเล่นเกมดีขึ้นเท่านั้น แต่มันยังทำให้การเข้าดูเว็บไซต์ราบรื่นขึ้นด้วย 

    จุดเด่นของ ONEPLUS 9 PRO อยู่ที่กล้องที่ได้รับการผสมผสาน HASSELBLAD และเลนส์มุมกว้างพิเศษ ‘ฟรีฟอร์ม’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการบิดเบือนขอบของภาพ ด้วยกล้องหลัก 48MP ควบคู่ไปกับกล้องเลนส์เทเลโฟโต้ 8MP และอัลตร้าไวด์ 50MP ส่วนอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยังอยู่ในระดับที่ดี และใช้งานได้เต็มวันด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย 

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: JD CENTRAL

    SAMSUNG GALAXY NOTE 20 ULTRA

    SAMSUNG GALAXY NOTE 20 ULTRA

    แบรนด์ / รุ่น: 

    SAMSUNG GALAXY NOTE 20 ULTRA

    ขนาด: 

    164.8 X 77.2 X 8.1 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 10

    แรม: 

    12GB

    แบตเตอรี่:

    4,500MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    38,900 บาท

    จุดเด่น: 

    • กล้องซูมแบบ OPTICAL ZOOM 5X และ DIGITAL ZOOM 50X S PEN
    • กล้องอัลตร้าไวด์ที่ดีที่สุด

    ข้อเสีย: 

    • ราคาแพงมาก
    • ไม่รองรับการชาร์จแบบมีสาย 45W

    หากคุณกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่มีกล้องที่น่าทึ่งที่สุดในยุคนี้ เราขอแนะนำ GALAXY NOTE 20 ULTRA เป็นสมาร์ทโฟนน่าใช้ที่ถือว่ามีราคาแพงที่สุดของ SAMSUNG และมีความสามารถสำหรับการถ่ายระยะไกลสุดขีดด้วยการซูมแบบ OPTICAL ZOOM 5X และ DIGITAL ZOOM 50X S PEN มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ ๆ เช่น การบันทึกเสียงและการซิงค์กับบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ 

    GALAXY NOTE 20 ULTRA เป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่ดีที่สุดของ SAMSUNG ด้วยขนาดหน้าจอ 6.9 นิ้ว ความลื่นไหลของหน้าจอผ่านอัตราการรีเฟรช 120HZ ส่วนอายุการใช้งานแบตเตอรี่เราพบว่าสามารถใช้งานได้มากกว่าหนึ่งวันโดยไม่มีปัญหา พร้อมกับการชาร์จแบบมีสายเร็ว 25W และเข้ากันได้กับการชาร์จแบบไร้สายเร็ว 15W

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG

    SAMSUNG GALAXY S20 FE 5G

    SAMSUNG GALAXY S20 FE 5G

    แบรนด์ / รุ่น: 

    SAMSUNG GALAXY S20 FE 5G

    ขนาด: 

    159.8 X 74.5 X 8.4 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 10

    แรม: 

    6GB / 8GB

    แบตเตอรี่:

    4,500MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    25,900 บาท

    จุดเด่น: 

    • สเปคเครื่องดีเมื่อเทียบกับราคา
    • หน้าจอขนาดใหญ่

    ข้อเสีย: 

    • คุณภาพกล้องปานกลาง
    • ยังไม่รองรับ ANDROID 11
    • ไม่มีอัตราการรีเฟรช 120HZ

    หากใครกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่มีสเปคที่ดีพร้อมกับฟีเจอร์ยอดเยี่ยมต้องไม่พลาดกับ GALAXY S20 FE 5G ของ SAMSUNG เป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสเปคเครื่องและกล้อง ทำให้มันกลายเป็นโทรศัพท์ที่คุ้มราคาที่สุดของ SAMSUNG ที่แซงหน้าโทรศัพท์รุ่นอื่น ๆ ในราคาเดียวกัน GALAXY S20 FE 5G มีหน้าจอ INFINITY-O AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความคมชัด FULL HD PLUS ในขณะกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ 12MP กล้องเลนส์เทเลโฟโต้ 8MP พร้อมซูมออปติคอล 3X และกล้องเซลฟี่ 32MP

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG

    IPHONE 12 PRO / IPHONE 12 PRO MAX

    IPHONE 12 PRO / IPHONE 12 PRO MAX

    แบรนด์ / รุ่น: 

    APPLE IPHONE 12 PRO / IPHONE 12 PRO MAX

    ขนาด: 

    • 146.7 มม. X 71.5 มม. X 7.4 มม. (12 PRO)
    • 160.8 มม. X 78.1 มม. X 7.4 มม. (12 PRO MAX)

    ระบบปฏิบัติการ:

    IOS 15

    แรม: 

    6GB

    แบตเตอรี่:

    2,815 MAH (12 PRO) / 3,687 MAH (12 PRO MAX)

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    36,900 บาท (12 PRO) / 39,900 บาท (12 PRO MAX)

    จุดเด่น: 

    • มีหลากหลายสีให้เลือก
    • คุณภาพหน้าจอคมชัดสดใส

    ข้อเสีย: 

    • ราคาแพง
    • ไม่มีแท่นชาร์จในกล่อง
    • อัตราการรีเฟรช 60HZ

    หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่เปิดตัวเมื่อปี 2020 หลายคนคงจะนึกถึง IPHONE 12 PRO และ 12 PRO MAX เป็นสมาร์ทโฟนของ APPLE ที่ได้รับการยกระดับมาจาก IPHONE 12 โดยมีการปรับปรุงให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นและกล้องมีประสิทธิภาพมากขึ้นเล็กน้อย รวมถึงหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ที่เพียงพอต่อการสตรีมวิดีโอและการเล่นเกม กล้องหลังสามตัวที่ไม่ได้ต่างจากกล้องใน IPHONE 11 PRO มากนัก แต่มีการเพิ่มเซ็นเซอร์ LIDAR ซึ่งคาดว่าจะสามารถถ่ายภาพสไตล์โหมดแนวตั้งได้แม้ในโหมดกลางคืน 

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: ISTUDIO 

    XIAOMI 11T PRO

    XIAOMI 11T PRO

    แบรนด์ / รุ่น: 

    XIAOMI 11T PRO

    ขนาด: 

    164.1 × 76.9 × 8.8 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 11

    แรม: 

    8GB / 12GB

    แบตเตอรี่:

    5,000 MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    16,990 บาท

    จุดเด่น: 

    • การเปิดรับแสงในภาพถ่ายและวิดีโอแม่นยำ
    • วิดีโอระดับความละเอียดสูง
    • ภาพถ่ายและวิดีโอสีสันสวยงาม
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน

    ข้อเสีย: 

    • บางครั้งสีในภาพถ่ายทิวทัศน์อาจดูสดใสจนผิดปกติ
    • กลางคืนการเปิดรับแสงมักจะต่ำเกินไป

    สำหรับใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ระดับพรีเมียม เราขอแนะนำ XIAOMI 11T PRO เป็นอีกหนึ่งมือถือน่าใช้ 2022 ราคาไม่เกิน 20000 ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพต่อจาก MI 10T PRO ของปี 2020 11T PRO มาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับไฮเอนด์ของ QUALCOMM SNAPDRAGON 888 หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว มี RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 256GB ทำให้คุณสามารถโหลดแอปพลิเคชันและเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในโทรศัพท์ได้เยอะขึ้น 

    XIAOMI 11T PRO มีโมดูลกล้องหลักที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 108MP และกล้องมุมกว้างพิเศษ 8MP นอกจากนี้ยังมีเลนส์มาโครที่ XIAOMI เรียกว่า “เทเลมาโคร” ถึงแม้ว่ากล้องนี้ไม่ได้ใช้สำหรับการซูมระยะไกล แต่อุปกรณ์นี้ใช้อัลกอริทึมการซูมดิจิตอลในกล้องหลักแทน

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SHOPEE, LAZADA

    GOOGLE PIXEL 6 PRO

    GOOGLE PIXEL 6 PRO

    แบรนด์ / รุ่น: 

    GOOGLE PIXEL 6 PRO

    ขนาด: 

    163.9 × 75.9 × 8.9 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 12

    แรม: 

    12GB

    แบตเตอรี่:

    5,000 MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    29,990 บาท

    จุดเด่น: 

    • ดีไซน์ใหม่ดูทันสมัย
    • กล้องและซอฟต์แวร์ AI ดียิ่งขึ้น
    • จอแสดงผลที่ยอดเยี่ยม

    ข้อเสีย: 

    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ปานกลาง

    PIXEL 6 PRO เป็นอีกหนึ่งโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2020 ซึ่ง PIXEL 6 PRO มาพร้อมกับชิปเซ็ต TENSOR ใหม่ล่าสุดที่ออกแบบโดย GOOGLE ทำให้ประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ AI ดียิ่งขึ้น และมีคุณสมบัติสุดพิเศษมากมาย เช่น เลนส์เทเลโฟโต้ปริทรรศน์ หน้าจอ QHD และกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 

    PIXEL 6 PRO 6 มีหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว พร้อมความละเอียด QHD (3120 X 1440) และอัตราการรีเฟรช 120HZ เพื่อภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น และสีสันสดใสที่สวยงาม มีแบตเตอรี่ความจุ 5,000 MAH รองรับการชาร์จแบบไร้สายสูงสุดที่ 21W แต่ใช้ได้กับที่ชาร์จของ GOOGLE เท่านั้น สำหรับกล้อง PIXEL 6 PRO สามารถซูมออปติคอลได้ 4 เท่า กล้องเซลฟี่ 8MP (พร้อมมุมมอง 84 องศา) เป็นกล้องหน้า 11MP (มุมมอง 94 องศา) และมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่น่าทึ่ง เช่น การลบวัตถุที่ไม่ต้องการและการถ่ายภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวรอบ ๆ วัตถุควบคู่ไปกับโหมดกลางคืนที่ดีที่สุด

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SHOPEE, LAZADA

    SAMSUNG GALAXY S20 PLUS

    SAMSUNG GALAXY S20 PLUS

    แบรนด์ / รุ่น: 

    SAMSUNG GALAXY S20 PLUS

    ขนาด: 

    161.9 × 73.7 × 7.8 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 10

    แรม: 

    12GB

    แบตเตอรี่:

    4500MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    31,900 บาท

    จุดเด่น: 

    • วิดีโอ 8K 24FPS จากกล้องด้านหลัง
    • คุณภาพกล้องที่ยอดเยี่ยม

    ข้อเสีย: 

    • ราคายังค่อนข้างสูง

    อีกหนึ่งโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ SAMSUNG GALAXY S20 PLUS โทรศัพท์หน้าจอแสดงผล INFINITY-O AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ดีไซน์สวยงามดูทันสมัยอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120HZ เพื่อการเล่นแอปพลิเคชันและการเล่นเกมที่ลื่นไหล มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,500MAH ที่สามารถใช้งานได้ทั้งวัน GALAXY S20 PLUS มีกล้องที่น่าทึ่งด้วยกล้องหลักความละเอียด 12MP เลนส์เทเลโฟโต้ 64MP การซูมแบบออปติคอล 3X (เพิ่มขึ้นจากซูม 2X ปกติ) กล้องยังสามารถครอบตัดการซูมเป็นดิจิตอลซูม 30X และกล้องมุมกว้างพิเศษ 12MP ทำงานได้ดีในขณะที่กล้องหน้า 10MP ใช้งานได้ดีกับฟิลเตอร์ต่าง ๆ 

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SHOPEE, LAZADA

    IPHONE 12

    IPHONE 12

    แบรนด์ / รุ่น: 

    APPLE IPHONE 12

    ขนาด: 

    146.7 มม. X 71.5 มม. X 7.4 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    IOS 15

    แรม: 

    4GB

    แบตเตอรี่:

    2,815 MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    29,900 บาท

    จุดเด่น: 

    • จอแสดงผลสีสันสดใสคุณภาพยอดเยี่ยม
    • รองรับการเชื่อมต่อ 5G

    ข้อเสีย: 

    • กล้องคล้ายกับ IPHONE 11
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย

    อีกหนึ่งโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 จาก APPLE ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2020 อย่าง IPHONE 12 โทรศัพท์ที่มีคุณสมบัติส่วนใหญ่ที่พบในโทรศัพท์มือถือระดับ PRO เท่านั้น เช่น กล้องโหมดกลางคืน IPHONE 12 ใช้หน้าจอ OLED ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้วขนาดเดียวกับจอแสดงผลของ IPHONE 12 PRO ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่กำลังพอดีไม่ใหญ่มาก มาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวันและดีกว่าแบตเตอรี่ IPHONE 11 เล็กน้อย สำหรับกล้อง IPHONE 12 มีกล้องหลัก 12MP และกล้องมุมกว้างพิเศษ 12MP ไม่มีกล้องสามเลนส์เหมือนรุ่น PRO โหมดกลางคืนเปิดรับแสงนาน เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับภาพถ่ายที่มืดโดยอัตโนมัติ

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: APPLE

    GALAXY A32 5G

    GALAXY A32 5G

    แบรนด์ / รุ่น: 

    GALAXY A32 5G

    ขนาด: 

    164.2 × 76.1 × 9.1 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 11

    แรม: 

    8GB

    แบตเตอรี่:

    5,000 MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    9,999 บาท

    จุดเด่น: 

    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน
    • ถ่ายภาพและวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด
    • ความสว่างของหน้าจอกำลังดี

    ข้อเสีย: 

    • ไม่กันน้ำ
    • ด้านหลังเป็นพลาสติกต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
    • เล่นเกมหนัก ๆ มักเด้งออก

    หากคุณกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ มีการออกแบบที่น่าสนใจและเป็น SMART PHONE ราคาถูก เราขอแนะนำ GALAXY A32 5G ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมือถือน่าใช้ 2022 ราคาไม่เกิน 10000 และเป็นหนึ่งในโทรศัพท์ 5G ที่ถูกที่สุด GALAXY A32 5G ได้รับการออกแบบที่ทันสมัย ด้านหลังเป็นพลาสติกที่แข็งแรงพอที่จะรับมือกับการกระแทกเล็กน้อย แต่ไม่มีคุณสมบัติกันน้ำ มีจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้วที่เพียงพอต่อการเล่นเกมหรือดูวิดีโอ กล้อง GALAXY A32 5G ประกอบด้วยกล้องมาตรฐาน 48 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ 8 ล้านพิกเซล รวมถึงเซ็นเซอร์ความลึกและกล้องมาโครสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG

    XIAOMI REDMI 9T

    XIAOMI REDMI 9T

    แบรนด์ / รุ่น: 

    XIAOMI REDMI 9T

    ขนาด: 

    161.9 × 77.3 × 9.05 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 10

    แรม: 

    4GB

    แบตเตอรี่:

    6000 MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    4,499 บาท

    จุดเด่น: 

    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานหลายวัน
    • จอแสดงผลคมชัด
    • ราคาถูก

    ข้อเสีย: 

    • กันน้ำได้ชั่วคราวเท่านั้น

    หากคุณกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ราคาถูกและดี เราขอแนะนำ XIAOMI REDMI 9T เป็นโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ราคาไม่เกิน 5000 ที่มีสเปคเครื่องแบบจัดเต็มด้วยขนาดหน้าจอ ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ กล้องหลัง 4 ตัวประกอบไปด้วย เลนส์หลักความละเอียด 48 MP (F/1.8) + เลนส์ ULTRAWIDE ความละเอียด 8 MP + เลนส์ MACRO ความละเอียด 2 MP + เลนส์ DEPTH ความละเอียด 2 MP มาพร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานหลายวันด้วยความจุถึง 6000 MAH แถมยังรองรับการชาร์จเร็ว 18W อีกด้วย 

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: SHOPEE, LAZADA

    REALME C3

    REALME C3

    แบรนด์ / รุ่น: 

    REALME C3

    ขนาด: 

    164.4 × 75 × 9 มม.

    ระบบปฏิบัติการ:

    ANDROID 10

    แรม: 

    2 GB

    แบตเตอรี่:

    5,000 MAH

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น: 

    3,999 บาท

    จุดเด่น: 

    • คุณภาพกล้องที่ยอดเยี่ยม
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
    • หน้าจอขนาดใหญ่พอดี

    ข้อเสีย: 

    • แรมค่อนข้างน้อย
    • พื้นที่จัดเก็บข้อมูลค่อนข้างน้อย

    สุดท้ายโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่ราคาไม่แพงและมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน REALME C3 หนึ่งในโทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ราคาไม่เกิน 3000 (ราคาปัจจุบัน) ที่โดดเด่นทั้งคุณสมบัติของแบตเตอรี่และกล้องถ่ายภาพด้วยขนาดหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว โดยกล้องหลังจะประกอบด้วยเลนส์ทั้งหมด 3 เลนส์ความละเอียด 12MP + 2MP + 2MP พร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 8MP ทำให้ภาพถ่ายคมชัดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังมีความจุถึง 5,000 MAH ซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ราคาเดียวกัน ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

    เช็คราคามือถือและส่วนลดได้ที่: REALME

    บทสรุป

    เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? สำหรับ 15 โทรศัพท์มือถือน่าใช้ 2022 ที่เราได้รวบรวมมาแนะนำทุกคนในวันนี้ ซึ่งโทรศัพท์ที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นเราจะพบว่าโทรศัพท์ที่น่าใช้ที่สุดนอกจากจะมีความทนทานแล้ว ยังต้องมีฟีเจอร์ที่ตรงตามความต้องการของคุณ มีกล้องถ่ายรูปที่มีคุณภาพ และมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนาน รวมถึงการมีหน้าจอที่ยอดเยี่ยม สามารถเล่น SOCIAL NETWORK และเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในบทความนี้เราจะเน้นกล่าวถึงโทรศัพท์มือถือที่ดีที่สุดและน่าซื้อมาใช้งานที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะดีที่สุดสำหรับทุกคน บางคนอาจกำลังสงสัยว่าจะเลือกซื้อโทรศัพท์อะไรดี? ซึ่งเราขอแนะนำให้เลือกซื้อโทรศัพท์ที่ดีที่สุดโดยการคำนึงถึงประสิทธิภาพของคุณสมบัติต่าง ๆ การออกแบบที่ทันสมัยใช้งานง่าย รวมไปจนถึงความคุ้มค่าต่อการใช้งานที่สำคัญคุณภาพที่เสนอให้ต้องสัมพันธ์กับราคา

    เว็บบอล

    Categories
    News

    แนะนำ 15 SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 ใช้ดีจนต้องบอกต่อ

    SMART WATCH

    ปัจจุบันมีบริษัทเทคโนโลยีมากมาย เช่น APPLE, SAMSUNG, SONY และผู้ผลิตรายใหญ่อื่น ๆ เริ่มเปิดตัวนาฬิกา SMART WATCH ของตัวเองมากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากการบอกเวลา SMART WATCH แต่ละยี่ห้อก็มีความสามารถบางประการที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับใครที่สงสัยว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า SMART WATCH ที่ซื้อมาคุ้มค่าต่อการใช้งานหรือไม่? เชิญทางนี้ค่ะ เพราะวันนี้เราก็มีวิธีตรวจสอบ SMART WATCH ที่คุ้มค่าต่อการใช้งาน พร้อมทั้งรวบรวมสุดยอด 15 SMART WATCH รุ่นที่ดีที่สุดในปี 2021 มาไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ 

    คุณรู้หรือไม่? นาฬิกาดิจิตอลมีมานานทศวรรษแล้ว บางรุ่นนอกเหนือจากบอกเวลาแล้วยังมีสามารถอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เครื่องคิดเลขและตัวแปลงหน่วย ซึ่งในปี 2010 เราจะเห็นวิวัฒนาการของนาฬิกาดิจิทัลชัดเจนที่สุด เนื่องจากมีบริษัทเทคโนโลยีมากมายเริ่มเปิดตัวนาฬิกา SMART WATCH ที่มีความสามารถเหมือนสมาร์ทโฟน ซึ่งแน่นอนว่าต้องยกเครดิตให้กับบริษัท PEBBLE TECHNOLOGY CORPORATION ที่เป็นผู้ริเริ่มเผยแพร่ SMART WATCH ยุคใหม่และมียอดขายมากกว่าหนึ่งล้านเครื่อง

    SMART WATCH เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับนาฬิกาข้อมือ ซึ่งนอกเหนือจากบอกเวลาแล้ว SMART WATCH หลายรุ่นยังเป็นอะแดปเตอร์บลูทูธไร้สายที่สามารถขยายขีดความสามารถจากสมาร์ทโฟนของผู้สวมใส่ไปยังนาฬิกาได้ เช่น การอ่านอีเมลและข้อความ การได้รับรายงานสภาพอากาศ การฟังเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ SMART WATCH ยังเป็นอุปกรณ์แบบสแตนด์อโลนที่มาพร้อมกับแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์มากมาย เช่น แอปรวบรวมและติดตามข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการเต้นของหัวใจของผู้สวมใส่ หรือแอปบอกเส้นทางการเดินทางหรือขับรถให้ผู้สวมใส่ เป็นต้น 

    SMART WATCH

    เราจะรู้ได้อย่างไรว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 ที่คุ้มค่าต่อการใช้งานที่สุด

    หลายคนคงกำลังสงสัยกันใช่ไหมคะว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 ที่คุ้มค่าต่อการใช้งานของเราที่สุด? โดยทั่วไปสมาร์ทวอทช์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถด้านสุขภาพของผู้สวมใส่ ซึ่งบางคนมักเรียก SMART WATCH ว่า “นาฬิกาวัดความดัน” เพราะมีระบบเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติและการออกแบบของ SMART WATCH แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป ซึ่งการเลือกซื้อ SMART WATCH คุณควรพิจารณาปัจจัยบางประการ เพื่อความคุ้มค่าและความเหมาะต่อการใช้งานของคุณ โดยมีวิธีตรวจสอบ ดังนี้

    SMART WATCH
    1. ความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟน
      เราจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? แนะนำให้เลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าสามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนของคุณ เนื่องจาก SMART WATCH ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานคู่กับระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนของคุณไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ ANDROID หรือ IOS ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก 
    2. คุณสมบัติด้านสุขภาพ หากคุณเป็นสายชอบออกกำลังกายการ แต่ไม่รู้จะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 แนะนำให้เลือก SMART WATCH รุ่นที่มีระบบเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและ GPS (เพื่อติดตามการวิ่ง หรือเดินของคุณ) นอกจากนี้คุณสมบัติอื่น ๆ เช่น การตรวจสอบ ECG และ SPO2 ก็อาจจะมีความสำคัญต่อคุณเช่นกัน เนื่องจาก ECGS สามารถตรวจจับสัญญาณของภาวะหัวใจห้องบนได้ และ SPO2 สามารถอ่านระดับออกซิเจนในเลือดของคุณได้เช่นกัน
    3. อายุการใช้งานของแบตเตอรี่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? ซึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยในการเลือกซื้อ SMART WATCH นั่นก็คือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดย SMART WATCH ส่วนใหญ่จะใช้หน้าจอที่มีสีสันสดใสทำให้ใช้เวลาระหว่างการชาร์จนาน ซึ่งสมาร์ทวอทช์แบบไฮบริดที่ดูเหมือนนาฬิกาอะนาล็อกมักจะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานที่สุด แต่ไม่มีหน้าจอสัมผัส ส่วน SMART WATCH ที่มีเสียงและหน้าจอสัมผัสได้อย่าง APPLE WATCH จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
    4. สายนาฬิกาแบบถอดเปลี่ยนได้
      หากคุณเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนนาฬิกาบ่อย ๆ แต่ไม่รู้จะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 เราแนะนำให้เลือกซื้อรุ่นที่สามารถถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาได้ โดยตรวจสอบว่าตัวล็อกหรือหัวเข็มขัดของสายนาฬิกาใช้งานง่ายและเปลี่ยนได้ง่ายได้หรือไม่? ในปัจจุบัน SMART WATCH ส่วนใหญ่มีตัวเลือกการปรับแต่งสายตัวเลือกการปรับแต่ง เช่น XIAOMI SMART WATCH ก็มีสายนาฬิกาให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสีและวัสดุของสาย 
    5. ความพร้อมใช้งานของแอปพลิเคชันหากคุณไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 แนะนำให้ลองเลือกรุ่นที่มีความพร้อมสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งตลาด SMART WATCH กำลังเติบโต และตอนนี้บางรุ่นก็รองรับแอปได้นับร้อยหรือหลายพันแอป ดังนั้นก่อนเลือกซื้อคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า SMART WATCH ของคุณนั้นรองรับการใช้งานของแอปที่คุณต้องการใช้งานหรือไม่?
    SMART WATCH

    15 SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021 ที่น่าซื้อไว้ใช้งาน

    SMART WATCH เป็นนาฬิกาข้อมือยุคใหม่ที่มีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากมันสามารถรับการแจ้งเตือนของสมาร์ทโฟนของคุณและยังสามารถติดตามสุขภาพของคุณได้โดยตรงจากข้อมือของคุณ ซึ่งในปัจจุบันมียี่ห้อ SMART WATCH หลากหลายยี่ห้อ โดยแต่ละยี่ห้อจะมีสมาร์ทวอทช์ให้เลือกซื้อมากกว่าหนึ่งรุ่น แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? หรือ SMART WATCH ยี่ห้อไหนดี? โชคดีที่วันนี้เราได้รวบรวม SMART WATCH ในปี 2021 สำหรับ ANDROID และ IPHONE ที่น่าซื้อมาใช้งานมาแนะนำทุกคน โดยมีทั้งหมด 15 รุ่นจากหลายแบรนด์ชื่อดังที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ดังนี้

    SAMSUNG GALAXY WATCH 4 CLASSIC

    SAMSUNG GALAXY WATCH 4 CLASSIC 

    ยี่ห้อ:

    SAMSUNG

    น้ำหนัก:

    46.5 G. และ 52 G.

    สี:

    BLACK และ SILVER

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    อายุการใช้งานได้นานสุด 40 ชั่วโมง

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    11,900 บาท

    ข้อดี:

    • เปิดประสบการณ์ WEAR OS ที่ดีที่สุด
    • หน้าจอแบบสัมผัส 
    • มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม

    ข้อเสีย:

    • ฟังก์ชันเต็มรูปแบบสำหรับผู้ใช้ SAMSUNG GALAXY เท่านั้น 
    • ฟังก์ชันบางตัวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    ใครที่จะซื้อนาฬิกา SMART WATCH มาใช้งานแต่ก็ไม่รู้ว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? กลุ่มผลิตภัณฑ์ GALAXY WATCH ของ SAMSUNG ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างรุ่น GALAXY WATCH 4 CLASSIC ในปี 2021 ก็แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุปกรณ์ SMART WATCH พร้อมการออกแบบในสไตล์นาฬิกาข้อมือแบบคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ที่เหมาะกับผู้สวมใส่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง GALAXY WATCH 4 CLASSIC ทำงานบน WEAR OS ที่สามารถเข้าถึงหน้าปัดนาฬิกาและแอปต่าง ๆ ได้มากมาย 

    นอกจากนี้ GALAXY WATCH 4 CLASSIC ยังให้สิทธิ์ผู้ใช้ SAMSUNG GALAXY เข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพใหม่ ๆ ได้ เช่น การวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย ตลอดจนฟีเจอร์ ECG และการตรวจจับ AFIB (จังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ) ช่วยเปิดประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมให้แก่คุณ

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG

    SAMSUNG GALAXY WATCH 4

    SAMSUNG GALAXY WATCH 4

    ยี่ห้อ:

    SAMSUNG

    น้ำหนัก:

    25.9 G. และ 30.3 G.

    สี:

    BLACK/PINK GOLD (25.9 G.) และ BLACK/GREEN (30.3 G.)

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    361MAH (30.3 G.) และ 247MAH (25.9 G.) อายุใช้งานประมาณ 40 ชั่วโมง

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    7,990 บาท

    ข้อดี:

    • เปิดประสบการณ์ WEAR OS ที่ดีที่สุด
    • มีการออกแบบที่ปรับแต่งได้ 
    • มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม

    ข้อเสีย:

    ฟังก์ชันเต็มรูปแบบสำหรับผู้ใช้ SAMSUNG GALAXY เท่านั้น

    หากคุณกำลังสงสัยว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ GALAXY WATCH ของ SAMSUNG ยังคงเป็นที่จับตามองอย่าง WATCH 4 ก็เป็นอีกหนึ่ง SMART WATCH ที่มีคุณสมบัติระดับพรีเมียม มาพร้อมกับ GOOGLE PLAY STORE, ฟังก์ชัน ECG (สำหรับผู้ใช้ SAMSUNG GALAXY เท่านั้น) และรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันอีกมากมาย นอกจากนี้ยังการออกแบบที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น พร้อมกรอบดิจิตอลที่ใช้การตอบสนองแบบสัมผัสอีกด้วย แถมราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับ WATCH 4 CLASSIC

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: SAMSUNG

    APPLE WATCH SERIES 7

    APPLE WATCH SERIES 7

    ยี่ห้อ:

    ยี่ห้อ: APPLE

    น้ำหนัก:

    • อะลูมิเนียม: 32.0 กรัม
    • สแตนเลสสตีล: 42.3 กรัม
    • ไทเทเนียม: 37.0 กรัม

    สี:

    มีทั้งหมด 10 สี จาก 3 วัสดุ

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดชาร์จซ้ำได้ภายในตัวเครื่องสูงสุด 18 ชั่วโมง

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    13,900 บาท

    ข้อดี:

    • ชาร์จเร็ว 80% ใน 45 นาที
    • กรอบมินิมอล
    • กันน้ำ – ทนฝุ่น
    • วัดออกซิเจนในเลือด และการตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า

    ข้อเสีย:

    • ต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกวัน 
    • การชาร์จเร็วต้องใช้คู่กับสายชาร์จใหม่เท่านั้น

    สำหรับใครที่อยากไปนาฬิกา SMART WATCH สักเรือน แต่ไม่รู้ว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ APPLE WATCH SERIES 7 ของ APPLE ที่ได้รับการอัพเกรดที่ดีขึ้นจาก SERIES 6 ซึ่งมาพร้อมกับสีสันที่หลากหลายให้เลือกทั้งหมด 10 สี จาก 3 วัสดุ ได้แก่ วัสดุอะลูมิเนียมรีไซเคิล 5 สี (มิดไนท์, สตาร์ไลท์, เขียว, น้ำเงิน และแดง) วัสดุแตนเลสสตีล 3 สี (สีกราไฟต์, สีเงิน และสีทอง) และวัสดุไทเทเนียม 2 สี (สีไทเทเนียม และสีดำสเปซแบล็ค) 

    นอกเหนือจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงคุณสมบัติให้ดีขึ้น นั่นคือ มีเครื่องวัดระยะสูงตลอดเวลาและการตรวจสอบออกซิเจนในเลือด อีกทั้งยังมีการชาร์จเร็วกว่าเดิมมากกว่า 33% และมีจอแสดงผลใหม่ที่ใหญ่ขึ้น 20% ในขณะที่กรอบบางลงประมาณ 40% ทำให้ SMART WATCH ดูล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: APPLE

    HUAWEI WATCH GT 2 PRO

    HUAWEI WATCH GT 2 PRO

    ยี่ห้อ:

    HUAWEI

    น้ำหนัก:

    21 G.

    สี:

    NEBULA GRAY

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    455MAH ใช้งานได้นานสุด 14 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    9,990 บาท

    ข้อดี:

    • มีการติดตามกิจกรรมที่หลากหลาย
    • ใช้วัสดุพรีเมียม
    • จอแสดงผลได้ดี

    ข้อเสีย:

    รองรับแอปพลิเคชันได้น้อย

    หากคุณกำลังมองหา SMART WATCH ที่ทนทานแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ HUAWEI WATCH GT 2 PRO นาฬิกา SMART WATCH ที่มีการออกแบบที่หรูหราด้วยวัสดุสุดพรีเมียมอย่างไทเทเนียม เซรามิก และกระจกแซฟไฟร์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ในส่วนของแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 14 วันต่อหนึ่งชาร์จ 

    ยิ่งไปกว่านั้น HUAWEI WATCH GT 2 PRO ยังได้นำคุณสมบัติที่ดีที่สุดมาใส่ไว้ในนาฬิกาเรือนนี้อย่างการติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ของคุณ เช่น การติดตามการออกกำลังกายที่ดีที่สุดที่รองรับประเภทการออกกำลังกายมากกว่า 100 ประเภทและให้การติดตามระดับมืออาชีพใน 17 หมวดหมู่ ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่อัตราการเต้นของหัวใจไปจนถึงอัตราการก้าวเดินของคุณนอกจากนี้ WATCH GT 2 PRO ยังมีความสามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือด SPO2 ตรวจสอบความเครียด และติดตามการนอนหลับของคุณ พร้อมกับการแจ้งเตือนด้วยเสียง เพื่อแนะนำคุณตลอดการออกกำลังกายโดยไม่ต้องดูที่หน้าจอ

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    SUUNTO 7

    SUUNTO 7 

    ยี่ห้อ:

    SUUNTO

    น้ำหนัก:

    70 G.

    สี:

    PINK, BLACK, SILVER และ BROWN

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    450 MAH ใช้งานได้สูงสุด 2 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    16,900 บาท

    ข้อดี:

    • การออกแบบที่ทนทาน
    • การติดตามกิจกรรมที่ครอบคลุม
    • ใช้งานง่าย เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

    ข้อเสีย:

    • ราคาแพง
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ
    • ยังไม่รองรับฟังก์ชันติดตามการนอน (SLEEP TRACKING)

    หากคุณกำลังมองหา SMART WATCH ที่ติดตาม GPS ได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ SUUNTO 7 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่เหมาะสมกับทุกสภาพอากาศ มีความแม่นยำของ GPS ที่เหมาะสำหรับการติดตามเส้นทาง มาพร้อมกับแอปฟิตเนสของ SUUNTO เองที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าแอป GOOGLE FIT พื้นฐานที่มาพร้อมกับ WEAR OS แต่ SUUNTO 7 มีแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้สูงสุดเพียง 2 วัน จึงเหมาะกับคนที่ชอบใช้งานคุณสมบัติสมาร์ทวอทช์ทั่วไป และคนที่ชอบการติดตามการออกกำลังกายที่แม่นยำในช่วงที่ไม่ยาวนาน

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    FOSSIL GEN 5

    FOSSIL GEN 5 

    ยี่ห้อ:

    FOSSIL

    น้ำหนัก:

    79 G.

    สี:

    PINK, BLACK, GOLD และ ROSE GOLD

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    310 MAH ใช้งานสูงสุด 3 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    12,440 บาท

    ข้อดี:

    • การออกแบบที่หรูหรา
    • รองรับการชาร์จเร็ว
    • การรองรับเครือข่ายแบบ LTE ในรูปแบบของการใช้งาน ESIM หรือ EMBEDDED SIM
    • ใช้งานง่าย

    ข้อเสีย:

    • ไม่รองรับ WEAR OS 3
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
    • ไม่สามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือด (SPO2) ได้

    หากคุณกำลังมองหา SMART WATCH ที่มีคุณสมบัติรอบด้าน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ FOSSIL GEN 5 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีความสามารถรอบด้านที่ดีเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ SNAPDRAGON WEAR 3100 ที่มาพร้อมกับการจัดการพลังงานของ WEAR OS ทำให้นาฬิกาเรือนนี้สามารถควบคุมคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว 310MA นอกจากนี้ GEN 5 ยังมอบประสบการณ์ความแรงที่ราบรื่นให้แก่ผู้ใช้ 

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: CENTRAL

    FITBIT SENSE

    FITBIT SENSE

    ยี่ห้อ:

    FITBIT

    น้ำหนัก:

    45.9 – 48.2G

    สี:

    LUNAR WHITE และ SOFT GOLD

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    ใช้งานได้สูงสุด 6 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    11,990 บาท

    ข้อดี:

    • มีฟีเจอร์เพื่อสุขภาพมากมาย
    • ดีไซน์แข็งแรงและทนทาน
    • กันน้ำลึก 50 เมตร
    • การติดตามสุขภาพได้อย่างแม่นยำ

    ข้อเสีย:

    • ราคาค่อนข้างแพง

    เข้าใจคนรักสุขภาพแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ FITBIT SENSE สมาร์ทวอทช์ที่ได้รับการเพิ่มคุณสมบัติด้านสุขภาพใหม่ ๆ มากมาย ทำให้หลายคนเรียกมันว่าสมาร์ทวอทช์ของ HYPOCHONDRIAC เนื่องจากมันเป็น SMART WATCH ที่เต็มไปด้วยสัญญาณเตือนช่วยบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงของคุณได้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ตรวจจับการนอนหลับและเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ออกกำลังกายเยอะมาก ครอบคลุมแทบจะทุกอย่าง ตั้งแต่เดิน วิ่ง คาร์ดิโอ ไปจนถึงการว่ายน้ำ เหมาะกับสายสุขภาพมาก ๆ เลยค่ะ

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    OPPO WATCH

    OPPO WATCH

    ยี่ห้อ:

    OPPO

    น้ำหนัก:

    29.7 G. – 40 G.

    สี:

    • ELEGANT BLACK, ROSE GOLD และ FOG SILVER COLORS (41มม.)
    • BLACK และ ROSE GOLD (46มม.)

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    • 430MAH (46มม.) ใช้งานได้สูงสุด 21 วัน
    • 300MAH (41มม.) ใช้งานได้สูงสุด 14 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    5,999 บาท

    ข้อดี:

    • ประสิทธิภาพการใช้งานที่ยอดเยี่ยม
    • ความทนทานที่มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ ATM
    • การออกแบบที่น่าดึงดูด
    • หน้าจอสีสันสดใส

    ข้อเสีย:

    • การออกแบบเหมือน APPLE WATCH

    เอาใจคนที่อยากได้ SMART WATCH ที่ถูกและดี แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ OPPO WATCH เป็นนาฬิกา SMART WATCH เรือนแรกของ OPPO ที่มีทั้งหมด 2 รุ่นตามขนาด คือ 41 มม. และ 46 มม. ซึ่งรุ่น 46 มม. จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและดีไซน์สวยงามที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก APPLE WATCH และฟังก์ชันเซลลูลาร์ที่เป็นอุปกรณ์เสริมของทั้งคู่ยังมีชุดคุณสมบัติที่หลากหลาย มาพร้อมกับ GOOGLE WEAROS ที่ครอบคลุมการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบทำให้ OPPO WATCH เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทวอทช์ของฝั่ง ANDROID ที่มีความหลากหลายในการ ใช้งานเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    APPLE WATCH SE

    APPLE WATCH SE

    ยี่ห้อ:

    APPLE

    น้ำหนัก:

    30.49 G. (40 มม.), 36.20 G. (44 มม.)

    สี:

    เงิน, เทาสเปซเกรย์, ทอง

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    ใช้งานได้สูงสุด 18 ชั่วโมง

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    9,900 บาท

    ข้อดี:

    • การออกแบบดีไซน์ระดับพรีเมียม
    • ราคาคุ้มที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ APPLE WATCH
    • กันน้ำได้ถึง 50 M.

    ข้อเสีย:

    • ไม่มีหน้าจอแสดงตลอดเวลา
    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่ำ

    หากคุณเป็นสาวก APPLE ที่อยากได้ APPLE WATCH ที่ราคาถูกและดี แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ APPLE WATCH SE เป็นหนึ่งให้ SMART WATCH ที่ถูกและดีที่สุด สามารถทำได้ทุกอย่างเท่าที่สมาร์ทวอทช์จะทำได้ เพียงแต่มันเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งาน IPHONE ซึ่ง APPLE WATCH SE มาพร้อมกับสเปกระดับสูง มีการออกแบบระดับไฮเอนด์ และคุณสมบัติมากมายที่เทียบเท่ากับสมาร์ทวอทช์อื่น ๆ ที่มีราคาที่สูงกว่า แต่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยังไม่ได้ถือว่าดีที่สุด เมื่อเทียบกับ APPLE WATCH 6

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: APPLE

    SAMSUNG GALAXY WATCH ACTIVE 2

    SAMSUNG GALAXY WATCH ACTIVE 2

    ยี่ห้อ:

    SAMSUNG

    น้ำหนัก:

    42 G.

    สี:

    BLACK, SILVER และ GOLD

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    340 MAH (44 มม.) และ 247 MAH (40 มม.)

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    11,900 บาท

    ข้อดี:

    • การออกแบบระดับไฮเอนด์
    • ขอบหน้าปัดดิจิตอลแบบหมุนได้
    • รองรับชาร์จไว และรองรับชาร์จไร้สาย
    • กันน้ำกันฝุ่น

    ข้อเสีย:

    • คุณสมบัติบางประการไม่เปิดใช้งานในบางครั้ง
    • ยังคงใช้งานได้อย่างจำกัดกับ IOS

    สำหรับใครที่ต้องการนาฬิกา SMART WATCH ที่เน้นการออกกำลังกาย แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ SAMSUNG GALAXY WATCH ACTIVE 2 สมาร์ตวอทช์แนวสปอร์ตที่บางเบา และสะดวกสบาย มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงขอบหน้าปัดดิจิตอลแบบหมุนได้และรุ่น LTE 

    GALAXY WATCH ACTIVE 2 เป็นอีกหนึ่งนาฬิกาอัจฉริยะที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมด้วยหน้าจอขนาด 1.2 นิ้วที่สว่างและสีสันสวยงาม อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านฟิตเนสระดับสูงจากกลุ่มนาฬิกา TIZEN ของ SAMSUNG ด้วยโหมดการออกกำลังกาย 39 โหมด สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจและเซ็นเซอร์ ECG รองรับแอปสุขภาพพร้อมการตรวจสอบความเครียดและการนอนหลับ รวมไปจนถึงตรวจสอบความดันโลหิตของคุณแต่คุณสมบัตินี้จะไม่เปิดใช้งานในบางครั้ง

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    XIAOMI MI BAND 4

    XIAOMI MI BAND 4

    ยี่ห้อ:

    XIAOMI

    น้ำหนัก:

    22.1 G.

    สี:

    ดำ

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID 4.4 ขึ้นไป และ IOS 9.0 ขึ้นไป

    แบตเตอรี่:

    135MAH ใช้งานได้ประมาณ 20 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    1,290 บาท

    ข้อดี:

    • หน้าจอสีสันสวยงาม
    • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ที่ราคาเท่ากัน
    • กันน้ำ 5 ATM ใส่ว่ายน้ำได้
    • มีฟังก์ชันการควบคุมเพลง

    ข้อเสีย:

    • หน้าจอไม่สัมผัส

    เอาใจเหล่าสาวก XIAOMI ที่อยากซื้อ SMART WATCH สักเรือน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? อย่างที่เราทราบกันดีว่า XIAOMI ได้มีการผลิต นาฬิกา SMART WATCH ของตัวเองออกมาหลายรุ่น ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า SMART WATCH XIAOMI รุ่นไหนดี? เราขอแนะนำรุ่น MI BAND 4 เป็นนาฬิกาอัจฉริยะจาก XIAOMI ที่เหมาะกับคนที่ต้องการทั้งสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์วัดการออกกำลังกาย หรือการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ MI BAND 4 ยังถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก สวมใส่ง่ายสามารถใส่ได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะใช้วัสดุที่เป็นยาง และพลาสติกเป็นหลัก

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: XIAOMISHOPTH

    HONOR MAGIC WATCH 2

    HONOR MAGIC WATCH 2

    ยี่ห้อ:

    HONOR

    น้ำหนัก:

    41 G.

    สี:

    BLACK, GOLD และ BROWN

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    455MAH ใช้งานได้ประมาณ 14 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    3,882 บาท – 8,840 บาท

    ข้อดี:

    • มีชุดคุณสมบัติด้านฟิตเนสที่หลากหลาย
    • วัสดุเกรดพรีเมียม ทนทาน

    ข้อเสีย:

    • ดูดฝุ่นจำเป็นต้องทำความสะอาดเรื่อย ๆ 
    • คุณสมบัติด้านฟิตเนสบางอย่างไม่มีให้บริการบน IOS

    หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบออกกำลังกาย แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ HONOR MAGIC WATCH 2 ที่อาจเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ใช่สำหรับคุณด้วยชุดคุณสมบัติด้านฟิตเนสมากมาย เนื่องจาก MAGIC WATCH 2 สามารถติดตามการเล่นกีฬาของคุณได้หลากหลายประเภทด้วยข้อมูลที่ละเอียด และสามารถให้คำแนะนำการออกกำลังกายและข้อเสนอแนะสำหรับกิจกรรมบางอย่างได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟิตหุ่นมาก ๆ เลยค่ะ

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    TICWATCH PRO 3

    TICWATCH PRO 3

    ยี่ห้อ:

    TICWATCH

    น้ำหนัก:

    41.9 G.

    สี:

    ดำ

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    ใช้งานต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    11,999 บาท

    ข้อดี:

    • ชิปเซ็ตที่เร็วแรง

    ข้อเสีย:

    • อินเทอร์เฟซเข้าใจยาก
    • ติดตามการนอนหลับได้ไม่ดี

    หากคุณสงสัยว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? TICWATCH PRO 3 เป็นอีกหนึ่งนาฬิกา SMART WATCH ระบบปฏิบัติการ WEAR OS ที่ดีที่สุดที่สามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน IPHONE หรือ ANDROID ของคุณ ซึ่ง TICWATCH PRO 3 ใช้ชิปเซ็ต QUALCOMM SNAPDRAGON WEAR 4100 ล่าสุดพร้อม RAM 1GB ทำให้สมาร์ตวอทช์รุ่นนี้โหลดแอปได้อย่างรวดเร็ว 

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    FITBIT VERSA 3

    FITBIT VERSA 3

    ยี่ห้อ:

    FITBIT

    น้ำหนัก:

    0.043 G.

    สี:

    MIDNIGHT, PINK CLAY และ BLACK

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    อายุการใช้งานสูงสุด 6 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    9,190 บาท

    ข้อดี:

    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน
    • ชาร์จไว 12 นาที อยู่ได้ 1 วัน
    • ฟีเจอร์ฟิตเนสยอดเยี่ยม

    ข้อเสีย:

    • สามารถตอบกลับข้อความบน ANDROID เท่านั้น

    หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ FITBIT VERSA 3 สมาร์ตวอทช์ที่เน้นการออกกำลังกายที่ดูเหมือนจะดีทุกอย่าง ตั้งแต่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ไปจนถึงคุณสมบัติด้านสุขภาพ ฟิตเนส และการแจ้งเตือน โดย FITBIT มีแอปพลิเคชันที่รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์กว่า 100 แอป และมีระบบติดตามการออกกำลังกาย ติดตามการนอน ติดตามอัตราการเต้นหัวใจ และระบบวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SPO2) 

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: LAZADA, SHOPEE

    GARMIN VIVOACTIVE 4

    GARMIN VIVOACTIVE 4

    ยี่ห้อ:

    GARMIN

    น้ำหนัก:

    50.5 G.

    สี:

    BLACK, SILVER และ GRAY

    รองรับการทำงาน:

    ANDROID, IOS

    แบตเตอรี่:

    อายุการใช้งานสูงสุด 8 วัน

    ราคาเปิดตัวเริ่มต้น:

    13,500 บาท

    ข้อดี:

    • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
    • มีแอนิเมชั่นการออกกำลังกายบนหน้าจอ
    • มีเซ็นเซอร์ SPO2

    ข้อเสีย:

    • ต้องใช้แอปพลิเคชันมือถือหลายตัว

    ใครที่อยากได้ SMART WATCH ไว้สวมใส่ระหว่างทำกิจวัตรประจำวัน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อ SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? เราขอแนะนำ GARMIN VIVOACTIVE 4 เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เหมาะกับผู้ใช้สมาร์ทโฟน ANDROID ที่สุด ซึ่ง VIVOACTIVE 4 มีที่เก็บข้อมูลในตัวสำหรับการเล่นเพลงในขณะที่คุณออกกำลังกายที่สำคัญยังมาพร้อมกับคลังแอปออกกำลังกายขนาดใหญ่ การติดตามการนอนหลับและการมีประจำเดือนแบบบูรณาการ ช่วยให้คุณจัดการกับสุขภาพของคุณในด้านอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย 

    นอกจากนี้ GARMIN ยังรวม GARMIN PAY (การชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส เช่น APPLE PAY หรือ ANDROID PAY) และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดด้วยการใช้งานสูงสุดถึง 8 วันไว้ใน VIVOACTIVE 4 พร้อมเครื่องมืออื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อกิจวัตรประจำวันของคุณ เช่น การตรวจสอบพลังงาน เซ็นเซอร์ชีพจร OX การติดตามความเครียด การติดตามสุขภาพของผู้หญิง เป็นต้น

    เช็คราคาและส่วนลดได้ที่: SHOPEE

    บทสรุป

    เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 15 SMART WATCH รุ่นไหนดี 2021? ซึ่งสมาร์ทวอทช์ที่เราได้รวบรวมมาแนะนำทุกคนข้างต้นล้วนเป็นสุดยอดนาฬิกา SMART WATCH จากแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน บางรุ่นราคาถูก น่าใช้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งอุปกรณ์ SMART WATCHES มีการเติบโตที่สูงมากในช่วงปลายปี 2010 และได้รับการยอมรับในตลาดโลกมากขึ้น ทำให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำต่าง ๆ หันมาผลิตนาฬิกา SMART WATCH มากขึ้น และส่งผลให้มันมีหลากหลายรุ่นจากหลาย ๆ แบรนด์

    ซึ่งการที่คุณได้รับรู้ว่า SMART WATCH รุ่นไหนดี? หรือรู้จักวิธีการเลือกซื้อ SMART WATCH ที่คุ้มค่าต่อการใช้งานก็อาจจะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อ SMART WATCH ที่มีประโยชน์ต่อการใช้งานของคุณ อย่างไรก็ตามแม้ว่าสมาร์ทวอทช์จะมีคุณสมบัติครบถ้วนที่สามารถทำอะไรได้มากมาย แต่มันจะทำงานได้ดีมากขึ้นเมื่อได้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่เหมาะสม

    หากคุณเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟน ANDROID สมาร์ทวอทช์ระบบปฏิบัติการ WEAR OS จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ก็อาจจะไม่จำเป็นบางคน เนื่องจากระบบปฏิบัติการของ GOOGLE ที่ถูกปรับแต่งสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ยังคงใช้ได้ดีกับระบบปฏิบัติการ IOS แต่ด้วยฟังก์ชันที่ลดขนาดลง ผู้ใช้ IPHONE จะได้รับประโยชน์มากขึ้นหากใช้สมาร์ทวอทช์ของ APPLE WATCH

    Suwanna Preebunpul

    สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

    Contact >> Instagram, Facebook, Line

    สล็อต เว็บตรง ฝากถอน ไม่มี ขั้นต่ำ