Apple เปิดตัว ชิป M1 แหล่งขุมพลัง MacBooks รุ่นใหม่

Apple เปิดตัว ชิป M1

ไม่ว่าคุณจะใช้ Windows, macOS หรือ Chrome PC ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับส่วนประกอบคอมพิวเตอร์มากมายที่อยู่ภายใน ซึ่งแต่ละเครื่องจะมีการประมวลผลที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึงโปรเซสเซอร์หนึ่งตัว (CPU) สำหรับจัดการการคำนวณที่จำเป็นรวมถึงที่ใช้ในการท่องอินเทอร์เน็ตและการเปิดและปิดแอป และอีกตัวหนึ่ง (GPU) สำหรับประมวลผลการคำนวณกราฟิกและส่งสัญญาณไปยังจอภาพหรือหน้าจอแล็ปท็อปของคุณ 

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Apple ได้เปิดตัวชิป M1 โปรเซสเซอร์ใหม่เอี่ยมที่พัฒนาขึ้นเองที่เปรียบเสมือนแหล่งขุมพลังให้กับ MacBook รุ่นใหม่ล่าสุด ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 15 ปีที่ MacBooks และ Mac mini รุ่นใหม่ล่าสุดของ Apple ที่จะใช้ชิป Apple M1 ใหม่ล่าสุด เพื่อทดแทนทดแทนซีพียู Intel หลายรุ่นที่ขับเคลื่อนคอมพิวเตอร์ Apple มาตั้งแต่ปี 2549

ระบบทั้งหมดบนชิป M1 ที่ถูกนำไปใช้กับ MacBooks

M1 เป็นรูปลักษณ์แรกของกระบวนทัศน์ใหม่ที่ Apple ขนานนามว่า Apple Silicon Mac รุ่นใหม่ที่สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้วในขณะนี้ ซึ่งชิปถูกนำไปใช้กับ MacBooks รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ MacBook Air, MacBook Pro 13 นิ้วและ Mac mini 

ด้วยความที่โปรเซสเซอร์ Apple A-series ได้ขับเคลื่อน iPhone และ iPad มาอย่างยาวนานชิป M1 จึงใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป โดยคำสั่งซอฟต์แวร์แต่ละคำสั่งจะสามารถใช้ส่วนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ M1 ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน M1 มีแกนประมวลผลสูงสุด 16 คอร์ ฟังดูเหมือนตันเมื่อเทียบกับ 6 คอร์ที่อยู่ใน CPU แล็ปท็อป Intel ที่ทรงพลังที่สุด แต่ในความเป็นจริง M1 มีคอร์จำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถทำงานได้เร็วขึ้น แต่สามารถทำงานได้มากกว่า โดย 4 คอร์เป็นแกนประมวลผลเฉพาะสำหรับการคำนวณที่ซับซ้อน ซึ่งต้องใช้พลังประมวลผลจำนวนมาก อีก 4 คอร์ทุ่มเทให้กับงานที่เบากว่าซึ่งไม่ต้องใช้พลังงานมากนัก เพื่อให้แน่ใจว่าชิปจะไม่ใช้พลังงานเกินกว่าที่จำเป็น และงานจะถูกแบ่งไปยังแกนหลักที่เหมาะสมในทันที

ส่วนอีก 8 คอร์ใช้สำหรับการประมวลผลกราฟิกซึ่งคล้ายกับการทำงานของกราฟิกในตัว Iris ของ Intel ส่วนกราฟิกของ M1 มีความสามารถในการเปิดเครื่องจอภาพภายนอกที่ 60Hz และมีความละเอียดถึง 6K เช่น Apple Pro Display XDR

นอกจากนี้ M1 ยังมีตัวควบคุมการจัดเก็บข้อมูลในตัวเพื่อรับส่งข้อมูลเข้าและออกจากไดรฟ์โซลิดสเทต (SSD) ของ Mac รวมถึงโปรเซสเซอร์คอนโทรลเลอร์และเซ็นเซอร์อื่น ๆ ที่จัดการการเข้ารหัสการประมวลผลภาพจากเว็บแคมและอื่น ๆ ซึ่งชิป M1 ใช้กระบวนการผลิต 5 นาโนเมตรคล้ายกับรุ่นล่าสุดอย่าง A14 ชิปใน iPhone 12 

ความเร็วและปัญญาประดิษฐ์

อัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ซอฟต์แวร์สมัยใหม่ทำงานได้อย่างราบรื่น โปรเซสเซอร์ Apple A-series และ Intel Core ก็ต่างมีความสามารถ AI ในตัวมานานแล้วและ M1 ก็ไม่แตกต่างกัน โดยมันมีแกนประมวลผล 16 คอร์เป็นของตัวเองเพื่อจัดการกับงาน AI 

ตามที่ Apple ระบุว่าชิป M1 นั้นเร็วกว่าโปรเซสเซอร์ของ Intel ใน Mac โดยประสิทธิภาพโดยทั่วไปของ M1 ของ MacBook Air เร็วกว่าเดิม 3.5 เท่า ในขณะที่ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นถึง 5 เท่า Apple กล่าวอีกว่า ใน M1 ของ MacBook Pro การคำนวณ AI เร็วกว่าเดิม 11 เท่าและ Apple บอกว่าสามารถสร้างโค้ดในแอป Xcode ได้เร็วขึ้นถึง 2.8 เท่า 

Apple ยังอ้างว่า MacBooks ที่ใช้ M1 นั้นเร็วกว่าเครื่องที่ใช้ Windows ซึ่งบริษัทประเมินว่า M1 ใหม่ใน MacBook Air จะมีประสิทธิภาพดีกว่า 98 เปอร์เซ็นต์ของแล็ปท็อปที่ขายในปีที่ผ่านมา การอ้างสิทธิ์เหล่านี้มาจากการทดสอบจาก Apple ที่ดำเนินการภายใน แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหล่านี้ เว้นแต่จะบอกว่าเป็นเกณฑ์ “มาตรฐานอุตสาหกรรม”

ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงเร็วเกินไปที่จะบอกได้อย่างแน่นอนว่า M1 มีความสามารถตามที่ Apple บอกจริงหรือไม่ แต่เราสามารถใช้กระบวนการเปรียบเทียบตามวัตถุประสงค์ได้ หากคำกล่าวอ้างของ Apple เป็นจริงก็แสดงว่า M1 พร้อมที่จะแซงหน้า Mac ที่ใช้ Intel ในปัจจุบัน 

Apple ยังอ้างว่า M1 จะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดในรุ่นล่าสุด ได้แก่ MacBook Air และ MacBook Pro ซึ่ง Air และ Pro รุ่นก่อนหน้านี้ที่มาพร้อมชิป Intel นั้นมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว โดยปกติจะใช้งานเบา ๆ ระหว่าง 10 ถึง 20 ชั่วโมงเช่น การดูวิดีโอ

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ