ลดการปล่อยสารพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธีกําจัดแบตบวมง่ายๆ

วิธีกําจัดแบตบวม

แบตโทรศัพท์อย่างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อได้รับความร้อนสูงเกินไปและชาร์จไฟเกินหรือแบตเสื่อม เนื่องจากอายุแบตมากเซลล์ด้านในของแบตเตอรี่อาจมีส่วนผสมของอิเล็กโทรไลต์ที่ติดไฟได้ยากกว่า และนี่คือที่มาของเอฟเฟกต์แบตเตอรี่ที่บวม 

การถอดและทิ้งแบตเตอรี่ที่บวมอาจเป็นอันตรายได้ แต่การทิ้งแบตเตอรี่ที่บวมไว้ในอุปกรณ์อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้เช่นกัน คุณควรเลือกวิธีกําจัดแบตบวมอย่างรอบคอบและดำเนินการอย่างถูกวิธีไม่เช่นนั้น อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ซึ่งแบตเตอรี่ทั้งหมดเป็นขยะอันตรายจะต้องกำจัดอย่างเหมาะสม

การกําจัดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เสื่อมสภาพและบวมขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าสนุกแน่นอน แต่คุณจะทำอย่างไรหากจำเป็นต้องกำจัดมันโดยเร็วและถูกวิธี วันนี้เราก็มีวิธีการถอดและวิธีกำจัดแบตเตอรี่บวมที่เหมาะสมมาฝากทุกคน จะมีวิธีไหนบ้าง ตามมาดูเลยค่ะ

วิธีการถอดแบตเตอรี่และวิธีกำจัดแบตบวมที่เหมาะสม

แม้ว่าโดยทั่วไปแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะไม่ก่อสิ่งร้ายแรงหรือทำร้ายใครก็ตาม แต่คุณยังคงต้องปฏิบัติตามวิธีกำจัดแบตบวม เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่นการระเบิดและเผาไหม้

  1. อย่าชาร์จหรือใช้แบตเตอรี่บวม

เมื่อคุณสังเกตเห็นว่าแบตเตอรี่บวมหรือมีโอกาสเกิดอันตรายใด คุณควรหยุดใช้อุปกรณ์นั้นทันที เมื่อแบตเตอรี่ถึงจุดเสียหายจนแบตเตอรี่บวม นี่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่ากลไกความปลอดภัยทั้งหมดในแบตเตอรี่ออฟไลน์ การชาร์จแบตเตอรี่ที่บวมเป็นการขอให้มันกลายเป็นลูกบอลระเบิดจากก๊าซไวไฟที่เป็นพิษ

  1. ถอดแบตเตอรี่ออก

เมื่อพูดถึงการถอดแบตเตอรี่มีกฎที่สำคัญอย่างหนึ่งคืออย่าทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นโดยการบีบอัด เพราะจะทำให้เกิดปัญหาหรือทำลายปลอกด้านนอกของแบตเตอรี่ หรือหากคุณเจาะแบตเตอรี่ที่บวมอาจก่อให้เกิดสิ่งการระเบิดเนื่องจากสารประกอบภายในจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและความชื้นในอากาศ

หากอุปกรณ์ของคุณสามารถเปิดเคสหรือแผงอุปกรณ์ เพื่อถอดแบตเตอรี่ออกได้อย่างง่ายดาย การทำเช่นนี้ถือเป็นประโยชน์สูงสุด เพราะจะป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ที่ขยายออกไป ทำให้อุปกรณ์ภายในเสียหายและจะป้องกันไม่ให้ ขอบคมภายในช่องใส่แบตเตอรี่ทะลุชั้นป้องกันรอบ ๆ แบตเตอรี่

เมื่อคุณถอดแบตเตอรี่ออกแล้วคุณควรทำ 2 อย่างทันที ขั้นแรก คือให้หุ้มหน้าสัมผัสของแบตเตอรี่ (หากมีการสัมผัส) ด้วยเทปไฟฟ้า ขั้นที่ 2 คือเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่แห้งและเย็นห่างจากสิ่งไวไฟจนกว่าคุณจะสามารถถึงมันไปยังสถานที่กำจัดได้อย่างปลอดภัย

หากอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้อย่างง่ายดาย คุณควรนำอุปกรณ์ไปยังสถานบริการร้านแบตเตอรี่เฉพาะทาง หรือผู้รีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ได้รับอนุญาต ควรหาคนที่มีเครื่องมือ / ทักษะเพื่อช่วยเปิดอุปกรณ์ของคุณและถอดแบตเตอรี่ที่เสียหายออก

แม้ว่าคุณจะไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเอง ควรนำอุปกรณ์ทั้งเครื่องไปเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นเพื่อลดการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่และเก็บให้ห่างจากสิ่งที่ติดไฟได้

  1. ทิ้งแบตเตอรี่ที่ศูนย์รีไซเคิลที่ได้รับอนุญาต

ไม่ว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือจะได้รับความเสียหายหรือไม่ ก็ไม่พลาดทิ้งเหมือนขยะทั่วไป เพราะแบตเตอรี่ไม่ใช่แค่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่เอี่ยมก็ยังเป็นอันตรายจากไฟไหม้หากมีการเจาะหรือลัดวงจรในถังขยะหรือรถบรรทุกขยะ 

จุดทิ้งขยะอันตรายในประเทศไทย

หลังจากที่คุณได้รู้จักวิธีกำจัดแบตบวมที่เหมาะสมจากข้างต้นแล้ว คงมีหลายคนกำลังสงสัยว่าในประเทศไทยมีที่ไหนที่รับทิ้งแบตเตอรี่ที่เสียหายบ้าง ซึ่งที่ประเทศไทย รัฐบาลได้มีการร่วมมือกับเอกชน สร้างจุดทิ้งขยะอันตรายใน กทม. เกือบ 4,000 แห่ง ภายใน โครงการ“ประชารัฐร่วมใจ แยกทิ้งขยะอันตราย” และสร้างจุดรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชนในพื้นที่ กทม. เพิ่มขึ้นจำนวน 3,815 แห่ง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการแยกทิ้งของเสียอันตรายจากชุมชน เพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธี ป้องกันผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนงานจะขยายครอบคลุมพื้นที่ต่างจังหวัดในปีต่อ ๆไป ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะทิ้งขยะอันตราย สามารถนำไปทิ้งได้ ณ จุดทิ้งของเสียอันตรายที่กำหนดและจุดที่มีสัญลักษณ์โครงการ

นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายโทรศัพท์อย่าง AIS ที่รับทิ้งแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตที่ แบตเตอรี่บวมติดอยู่ในเครื่อง หรือจะเป็นแบตเตอรี่มือถือที่สามารถถอดออกจากตัวเครื่องได้ และPower Bank บวมที่เสื่อมสภาพ แบตเตอรี่เหล่านี้มีสารเคมีที่ไหลเยิ้มออกมา ควรต้องทิ้งให้ถูกวิธี เพราะต่อให้ขยะเหล่านี้จะเสื่อมสภาพ ก็ยังมีประจุพลังงานอยู่ภายใน ที่ก่อให้เกิดสารพิษปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม หรืออาจก่อให้เกิดการระเบิดได้ โดยคุณสามารถเช็คจุดทิ้งได้ที่ https://ewastethailand.com

สล็อตฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา วอเลท

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ