ห้ามทำ!!! อันตรายจากการเจาะแบตบวม เพื่อปล่อยก๊าซและปิดผนึกกลับเพื่อใช้งานต่อไป

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาสมัยใหม่ทั้งแล็ปท็อป สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องอ่าน ebook และอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายล้วนใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั้งนั้น ซึ่งแบตเตอรี่ขนาดกะทัดรัดจะใช้งานได้ดีมาก มีความหนาแน่นของพลังงานสูงการปลดปล่อยต่ำและเอฟเฟกต์หน่วยความจำที่เล็กมาก 

เมื่อแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้รับความร้อนสูงเกินไปจะทำให้การทำงานล้มเหลวเนื่องจากอายุมากเซลล์ด้านในของแบตเตอรี่อาจมีส่วนผสมของอิเล็กโทรไลต์ที่ติดไฟได้ แบตเตอรี่ได้รับการออกแบบมาให้มีมาตรการที่ปลอดภัยสำหรับการล้มเหลวซึ่งจะปล่อยก๊าซออกมาเพื่อไม่ให้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง 

หลายคนมีความเชื่อว่า การนำก้อนแบตเตอรี่ไปห่อหนังสือพิมพ์แล้วแช่ช่องฟรีซในตู้เย็น จะช่วยยืดอายุการใช้งาน หรือเจาะแบตบวม จะช่วยทำให้แบตเตอรี่หายบวม ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีการคืนสภาพแบตเตอรี่โทรศัพท์โดยการเจาะรูแบตเตอรี่มาฝากทุกคน จะเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

วิธีทดลองการคืนสภาพแบตเตอรี่โทรศัพท์ด้วยการเจาะแบตบวม

คุณสามารถสังเกตอาการบวมของแบตเตอรี่ได้จากบางอย่างที่ดูเหมือนจะผิดปกติเล็กน้อยกับอุปกรณ์ของคุณ โดยด้านหลังของสมาร์ทโฟนของคุณอาจดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย มีช่องว่างที่ผิดปกติหรืออาจดูเหมือนแทร็คแพดบนแล็ปท็อป สำหรับอันตรายจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่มีอาการบวม เริ่มจากความเสียหายในส่วนอื่น ๆ ของเครื่อง เช่น แบตบวมดันจอ ฝาหลังโก่งและงอ ปุ่มกดใช้งานไม่ได้ เพราะแบตเตอรี่บวมจนดันส่วนประกอบภายใน ถ้าปล่อยไว้และยังใช้งานต่อไปเรื่อย ๆ มีโอกาสสูงที่ตัวเครื่องจะไหม้หรือระเบิด 

มีหลายคนทดลองแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่บวม แต่เราขอเตือนก่อนว่าวิธีการเหล่านั้นมีอันตราย ซึ่งมักนำไปสู่การระเบิดขนาดเล็กได้ แบตเตอรี่โทรศัพท์ส่วนใหญ่เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ปฏิกิริยาทางเคมีเพื่อสร้างพลังงาน หากแบตเตอรี่มีอายุมาก อาจจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่สมบูรณ์แบบซึ่งอาจส่งผลให้เกิดก๊าซที่ทำให้แบตเตอรี่บวม นอกจากนี้ถ้าชั้นภายในของแบตเตอรี่เกิดความเสียหายหรือบกพร่องจะไม่สามารถรักษาการแยกที่เหมาะสมได้ อาจเกิดการรั่วไหลจนบวมและเกิดการไหม้ได้ ดังนั้นก่อนที่จะทำการทดลองเจาะแบตบวม ต้องเตรียมแบตเตอรี่ที่มีอาการบวม โดยส่วนใหญ่จะใช้แบตลิโพบวม ในการทดลองซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. ขั้นแรกต้องปกป้องดวงตาของคุณด้วยการสวมแว่นตานิรภัยและสวมใส่ถุงมือเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ในกรณีที่มีการพัฒนาเชิงลบ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของคุณ
  2. การถอดแบตเตอรี่เริ่มต้นด้วยการทดลองในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อระบายก๊าซที่สะสมภายในแบตเตอรี่ที่ปล่อยออกมา ต้องเจาะรูด้วยเข็มอย่างระมัดระวัง หลังจากปล่อยก๊าซที่สะสมอยู่ในแบตเตอรี่จนหมดแล้ว ความจำเป็นที่จะต้องปิดผนึกหลุมด้วยกาว หรือหลังจากที่คุณจัดการปล่อยก๊าซหมดแล้ว ให้เติมหลุมที่เจาะด้วยน้ำยาซีล(ความจริงแล้วเราไม่แนะนำให้เจาะแบตเตอรี่ด้วยเข็ม เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้) คุณจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงวัตถุและเฟอร์นิเจอร์ที่ติดไฟได้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอะไร

แน่นอนว่าเราไม่แนะนำวิธีนี้ เพราะมันมีความเสี่ยงมากเกินไป และมีโอกาสเกิดการระเบิดสูง ทางออกที่ดีหากคุณรู้สึกว่าโทรศัพท์ของคุณมีอาการแบตเตอรี่บวม เราแนะนำให้คุณพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ โดยให้เลือกใช้แบตเตอรี่จากศูนย์บริการของโทรศัพท์แบรนด์นั้น ๆ หรือเลือกแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก มอก. เพราะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่าย สะดวก แถมยังปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงขณะใช้งานมือถืออีกด้วย

วิธีแก้ไขแบตบวมอย่างปลอดภัย

เมื่อคุณทราบแล้วว่าโทรศัพท์มือถือของคุณแบตเตอรี่บวมแน่นอน ทางแก้ไขปัญหานี้ คือ ปิดเครื่อง ห้ามชาร์จไฟ และนำเครื่องไปเปลี่ยนแบตมือถือใหม่ โดยให้เลือกเปลี่ยนแบตจากศูนย์บริการของแบรนด์นั้น ๆ หรือเลือกแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก มอก. ไม่ควรนำก้อนแบตเตอรี่ ไปแช่ตู้เย็น เพื่อยืดอายุการใช้งานหรือเจาะแบตบวม เพื่อให้มันหายบวมเด็ดขาด เพราะมันเป็นวิธีการที่ผิดและไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทางแก้ไขที่ดีที่สุดควรเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่โทรศัพท์ก้อนใหม่ที่ปลอดภัย จะได้ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายขณะใช้งานมือถือ

ต้องเร่งเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีอาการบวมหรือเสื่อมทันที พร้อมทำการปิดเครื่องก่อนเปลี่ยนแบตเตอรี่อันใหม่ และห้ามชาร์จไฟเด็ดขาด!! เพราะถ้าคุณยังคงใช้งานมันต่อไปเรื่อย ๆ หรือชาร์จไฟ กระแสไฟที่ชาร์จจะถ่ายโอนไปที่ก้อนแบตที่มีสภาพการใช้งานไม่เต็มร้อย อาจส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเสี่ยงสูงจนเกิดอาการไหม้ หรือระเบิดเลยก็ได้ และที่สำคัญหากเปลี่ยนเป็นของแท้จากศูนย์บริการ หรือร้านตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือได้มาตรฐานตามข้างต้นที่เราแนะนำ รับรองเลยว่าคุณจะได้แบตเตอรี่ที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เสี่ยงอันตราย

สมัครบาคาร่า888

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ