เตือน!!! อย่านำแบตบวม แช่ตู้เย็นเด็ดขาด

แบตบวม

แบตเตอรี่โทรศัพท์และแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ปฏิกิริยาทางเคมีเพื่อสร้างพลังงาน ซึ่งหากแบตประเภทนี้มีอายุการใช้งานมานาน อาจจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่สมบูรณ์แบบ ส่งผลให้เกิดก๊าซจำนานมากภายในแบตเตอรี่ ที่อาจทำให้เกิดการรั่วไหลจนบวมและเกิดการเผาไหม้ได้ โดยอาการบวมเป็นผลมาจากการที่อนุภาคก๊าซเข้าไปจับชั้นอยู่ภายในของแบตเตอรี่ จนในที่สุดก็เจาะพังผืดที่แยกชั้นออกมา จับความชื้นในอากาศ จะทำให้เกิดปฏิกิริยากับเซลล์ทำให้แบตบวม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้นได้

เมื่อคุณทราบแล้วว่าแบตเตอรี่อุปกรณ์ของคุณมีอาการบวม วิธีแก้ไขเบื้องต้น คือ ปิดเครื่อง ห้ามชาร์จไฟ เพราะกระแสไฟที่ชาร์จจะถ่ายโอนไปที่ก้อนแบตที่มีสภาพการใช้งานไม่เต็มร้อย อาจส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเสี่ยงสูงจนเกิดอาการไหม้ หรือระเบิดเลยก็ได้ และควรนำเครื่องไปเปลี่ยนแบตใหม่ โดยให้เลือกเปลี่ยนจากศูนย์บริการที่ผ่านการรับรองจาก มอก. และอีกหนึ่งความเชื่อที่ไม่ควรทำคือ ไม่ควรนำแบตบวม แช่ตู้เย็น เพื่อยืดอายุการใช้งานเด็ดขาด เพราะมันเป็นวิธีการที่ผิดและไม่ควรทำอย่างยิ่ง ซึ่งวันนี้เราก็มีอันตรายจากการนำแบตบวมไปแช่ตู้เย็นและวิธีการปฏิบัติหากเกิดแบตบวม จะเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

อันตรายจากการนำแบตบวม แช่ตู้เย็น

หากแบตเตอรี่อุปกรณ์ของคุณมีอาการแบตบวม ควรนำแบตไปเปลี่ยนใหม่ทันที ไม่ควรนำแบตบวม แช่ตู้เย็นเด็ดขาด และไม่ควรเจาะแบตบวม เพื่อให้หายบวม เพราะเสี่ยงจะทำให้เกิดอันตรายได้ แล้วการนำแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่เสื่อมคุณภาพไปแช่เย็น จะทำให้นำกลับมาใช้ได้หรือไม่? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่แบบรีชาร์จ ที่ใช้กับโน้ตบุ๊ก หรือแบตเตอรี่ปกติทั่วไป หากนำไปแช่เย็น มันจะขยายตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดการระเบิด หรือชิ้นส่วนที่อยู่ภายในแบตเสียหาย ที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ บางเหตุการณ์ถึงขั้นไฟไหม้บ้านเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถนำแบตเตอรี่สำรองไปเก็บไว้ในตู้เย็นได้ แต่ต้องไม่ใช่ช่องแช่แข็ง การนำแบตเตอรี่สำรองไปแช่ตู้เย็นไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม แต่มันเป็นการช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น เพราะความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ ดังนั้น การลดความร้อนจึงเป็นการยืดอายุของแบตเตอรี่ไปโดยปริยาย 

หากแบตเตอรี่โทรศัพท์บวมควรปฏิบัติอย่างไร?

เมื่อคุณทราบแล้วว่าไม่ควรนำแบตบวม แช่ตู้เย็น ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมวิธีการปฏิบัติหากอุปกรณ์ของคุณเกิดอาการแบตบวม และมีลักษณะดันจอ ควรปฏิบัติดังนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่นการระเบิดและเผาไหม้

  1. อย่าชาร์จหรือใช้แบตเตอรี่บวม

เมื่อคุณสังเกตเห็นว่าแบตเตอรี่บวมหรือมีโอกาสเกิดอันตรายใด คุณควรหยุดใช้อุปกรณ์นั้นทันที เมื่อแบตเตอรี่ถึงจุดเสียหายจนแบตเตอรี่บวม นี่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่ากลไกความปลอดภัยทั้งหมดในแบตเตอรี่ออฟไลน์ การชาร์จแบตเตอรี่ที่บวมเป็นการขอให้มันกลายเป็นลูกบอลระเบิดจากก๊าซไวไฟที่เป็นพิษ

  1. ถอดแบตเตอรี่ออก

เมื่อพูดถึงการถอดแบตเตอรี่มีกฎที่สำคัญอย่างหนึ่งคืออย่าทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นโดยการบีบอัด เพราะจะทำให้เกิดปัญหาหรือทำลายปลอกด้านนอกของแบตเตอรี่ หรือหากคุณเจาะแบตเตอรี่ที่บวมอาจก่อให้เกิดสิ่งการระเบิดเนื่องจากสารประกอบภายในจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและความชื้นในอากาศ

หากอุปกรณ์ของคุณสามารถเปิดเคสหรือแผงอุปกรณ์ เพื่อถอดแบตเตอรี่ออกได้อย่างง่ายดาย การทำเช่นนี้ถือเป็นประโยชน์สูงสุด เพราะจะป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ที่ขยายออกไป ทำอุปกรณ์ภายในเสียหายและจะป้องกันไม่ให้ ขอบคมภายในช่องใส่แบตเตอรี่ทะลุชั้นป้องกันรอบ ๆ แบตเตอรี่

เมื่อคุณถอดแบตเตอรี่ออกแล้วคุณควรทำ 2 อย่างทันที ขั้นแรก คือให้หุ้มหน้าสัมผัสของแบตเตอรี่ (หากมีการสัมผัส) ด้วยเทปไฟฟ้า ขั้นที่ 2 คือเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่แห้งและเย็นห่างจากสิ่งไวไฟจนกว่าคุณจะสามารถนำมันไปยังสถานที่กำจัดได้อย่างปลอดภัย

หากอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้อย่างง่ายดาย คุณควรนำอุปกรณ์ไปยังสถานบริการร้านแบตเตอรี่เฉพาะทาง หรือผู้รีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ได้รับอนุญาต ควรหาคนที่มีเครื่องมือ / ทักษะเพื่อช่วยเปิดอุปกรณ์ของคุณและถอดแบตเตอรี่ที่เสียหายออก

แม้ว่าคุณจะไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเอง ควรนำอุปกรณ์ทั้งเครื่องไปเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นเพื่อลดการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่และเก็บให้ห่างจากสิ่งที่ติดไฟได้

  1. ทิ้งแบตเตอรี่ที่ศูนย์รีไซเคิลที่ได้รับอนุญาต

ไม่ว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือจะได้รับความเสียหายหรือไม่ ก็ไม่ควรทิ้งเหมือนขยะทั่วไป เพราะแบตเตอรี่ไม่ใช่แค่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่เอี่ยมก็ยังเป็นอันตรายจากไฟไหม้หากมีการเจาะหรือลัดวงจรในถังขยะหรือรถบรรทุกขยะ

แทงบอลไม่มีขั้นต่ํา

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ