วิธีเพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy S20 Plus และ Galaxy S20 Ultra

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy S20 Plus และ Galaxy S20 Ultra
วิธีเพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy S20 Plus และ Galaxy S20 Ultra

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy S20 Plus และ Galaxy S20 Ultra

เมื่อไม่นานมานี้ Samsung ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ นั่นก็คือ สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S20 ซีรีส์ที่มีเซลล์แบตเตอรี่ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ Galaxy S20 Ultra ที่มีหน่วยแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุปกรณ์ที่ผลิตโดย Samsung อย่างไรก็ตามการนำเอาพาเนล QHD + AMOLED 120Hz ขนาดมหึมาใช้ อาจทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์ที่มาตรฐาน ก็อาจจะทำให้อายุของแบตเตอรี่นั่นเสื่อมสภาพได้ และในวันนี้เราขอนำเสนอเคล็ดลับและเทคนิคที่จะช่วยให้คุณใช้งานแบตเตอรี่ได้นานที่สุดใน Samsung Galaxy S20 Plus และ Galaxy S20 Ultra

เคล็ดลับและเทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของโทรศัพท์

เคล็ดลับและเทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เราจะนำเสนอในวันนี้ เป็นข้อปฏิบัติที่ง่ายและเป็นเทคนิคที่จะทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของคุณอย่าง Samsung Galaxy มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานมาขึ้น และยังสามารถนำเคล็ดลับและเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับสมาร์ทโฟนจากผู้ผลิตรายอื่น นอกจาก Samsung ได้เพื่อปรับปรุงอายุการใช้งาน

ปิดใช้งานอัตราการรีเฟรช Power Hungry 120Hz

อัตราการรีเฟรช 120Hz ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่ได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สตรีมวิดีโอก็ตาม และเราสามารถลดอัตราการรีเฟรชเป็น 60Hz โดยการไปที่การตั้งค่า> การแสดงผล> ความราบรื่นของการเคลื่อนไหว> เปิดใช้งานอัตราการรีเฟรชมาตรฐาน

เปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน

Samsung Galaxy มีโหมด ‘ประหยัดพลังงาน‘ ให้เราสามารถเลือกใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นโหมด ‘ประหยัดพลังงานปานกลาง’ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่โดยบังคับให้อุปกรณ์ จำกัด ฟังก์ชันบางอย่าง โหมดนี้จะปิด “Always On Display” และ จำกัด ความเร็วของ CPU ไว้ที่ 70% นอกจากนี้ยังลดความสว่างของจอแสดงผลเป็น 10% และตั้งค่าความละเอียดหน้าจอเป็น 1080p ที่สำคัญเราสามารถปรับแต่งองค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมดได้ในขณะที่เปิดใช้งานโหมด อีกทั้งหากเราต้องการประหยัดพลังงานมากขึ้นเราสามารถเลือกเปิดใช้งาน ‘โหมดประหยัดพลังงานสูงสุด’ โหมดนี้จะบล็อกแอปไม่ให้ใช้ข้อมูลและ GPS

ปิดใช้งาน Always On Display เปิดใช้งานโหมด Dar และ Tweak Screen Timeout

เราสามารถปิดการใช้งาน ‘Always On Display’ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยการไปที่การตั้งค่า> หน้าจอล็อก> ปิดใช้งาน Always On Display นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกที่จะเปิด ‘การปรับเปลี่ยนความสว่าง’ เป็นการใช้งานโหมด ‘เข้ม’ หมดเวลาและการตั้งค่าหน้าจอถึง 30 วินาทีเพื่อประหยัดแบตเตอรี่บนอุปกรณ์ของ Samsung

ติดตามแอป Power Hungry

เราสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานแบตเตอรี่ของแอปพลิเคชันที่ติดตั้ง โดยไปที่การตั้งค่า> การดูแลอุปกรณ์> แบตเตอรี่> การจัดการพลังงานของแอปและเปิดใช้งานโหมดแบตเตอรี่แบบปรับอัตโนมัติ นอกจากนี้ให้เปิดใช้งาน “ทำให้แอปที่ไม่ได้ใช้เข้าสู่โหมดสลีป” เพื่อให้โทรศัพท์ปิดใช้งานแอปที่ไม่ได้ใช้งานมาแล้วระยะหนึ่ง

ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้มาตรฐานและหลีกเลี่ยงการปล่อยเซลล์แบตเตอรี่จนหมด

เราขอแนะนำให้ใช้สายชาร์จที่ให้มากับตัวเครื่องที่ซื้อเสมอ เพราะอุปกรณ์ชาร์จของแท้มีค่าแอมแปร์ที่เหมาะสมซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงกระบวนการชาร์จที่ปลอดภัยเพื่อช่วยให้โทรศัพท์มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือศูนย์เด็ดขาด เมื่อแบตเตอรี่ลดเหลือ 10% ควรเสียบอุปกรณ์ชาร์จทันที

อัปเดตแอปปิดใช้งาน Bluetooth / Wifi และติดตามดูเครือข่ายของโทรศัพท์

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอปอัปเดตใหม่แล้วหรือไม่ เนื่องจากแอปพลิเคชันเวอร์ชันเก่าอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ของโทรศัพท์หมดเร็ว นอกจากนี้ให้อัปเดตซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์ทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนเนื่องจากการอัปเกรดซอฟต์แวร์ใหม่ทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ต้องปิดการใช้งาน Bluetooth, NFC และ Wi-Fi เมื่อไม่ได้ใช้งานเนื่องจากเครื่องส่งสัญญาณและตรวจสอบสัญญาณใช้พลังงานแบตเตอรี่เป็นจำนวนมากจับตาดูสัญญาณเครือข่ายของโทรศัพท์ จุดรับสัญญาณที่ไม่ดีอาจทำให้โทรศัพท์ของคุณค้นหาบริการเครือข่ายอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ